เที่ยว #จอร์เจีย ครั้งแรก เตรียมตัวยังไงให้เป๊ะปัง

69 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

เที่ยว #จอร์เจีย ครั้งแรก เตรียมตัวยังไงให้เป๊ะปัง

ช่วงนี้ข่าวไวรัสมารัวๆ ทำให้สายเที่ยวแบบเราต้อง #พักก่อน
แต่เราไม่ท้อหรอกนะ ช่วงนี้ก็หาข้อมูลท่องเที่ยวรอไว้แบบจุกๆ
ผ่านช่วงนี้ไปเมื่อไหร่ เจอกันแน่!!

“จอร์เจีย” ประเทศที่วิวหลักล้านแถมค่าครองชีพถูกสุดๆ จะบอกว่าค่าครองชีพถูกกว่าไทยก็จะหาว่าอวย อยากให้ลองมาสัมผัสความละมุมของธรรมชาติสักครั้ง

รีวิวนี้เรามารวมทริคดีๆ ‘เที่ยวจอร์เจียครั้งแรก เตรียมตัวยังไงให้เป๊ะปัง’ ถ้าไม่อยากเที่ยวครั้งแรกแล้วหน้าแตก ต้องตามมาอ่านรีวิวด้านในเลย

    รู้จักจอร์เจียกันก่อน
สงสัยกันใช่ไหมว่าประเทศที่มีความเป็นยุโรปขนาดนี้อยู่ไหนทวีปไหนกันแน่ๆ
เราขอเฉลยว่าจอร์เจียเป็นประเทศแถบเอเชียค่ะ แต่ด้วยความที่เค้ามีกลิ่นอายของความเป็นยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สถาปัตยกรรม อากาศ ขนาดผู้คนยังหน้าตาออกไปทางยุโรปเลย นี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นประเทศแถบยุโรป

    คนจอร์เจียนใช้ภาษาอะไร?
ส่วนใหญ่จะพูดภาษาจอร์เจียเป็นหลัก จะมีภาษารัสเซียบ้างประปราย ซึ่งเชื่อไหมว่าภาษาจอร์เจียเป็นหนึ่งในภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในเมืองหลวงยังพอมีคนพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง พวกป้ายก็มีภาษาอังกฤษกำกับ แต่ถ้าออกไปนอกเมืองแทบจะไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย ดังนั้นใช้ภาษามือและ Google Translate วนไปค่ะ

    การแลกเงิน  
สกุลเงินของจอร์เจียจะเรียกว่า “จอร์เจีย ลารี” (Georgian Lari) หรือที่ชาวจอร์เจียนเรียกกันสั้นๆ ว่า ลารี (GEL) โดย 1 GEL = 10.25 บาท ซึ่งถ้าจะแลกเงินจากไทยจะไม่มีสกุลเงินนี้ เราแนะนำให้แลกเงินเป็นสกุล US หรือเงินยูโร (Euro) และค่อยไปแลกเงินลาลีที่ประเทศจอร์เจียจะง่ายที่สุด ซึ่งร้านแลกเงินที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นสนามบินทบิลิซี

อากาศ (Season)

   ฤดูร้อน (Summer) เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนา - สิงหาคม อากาศจะร้อนพอๆกับบ้านเราเลยจ้า อุณหภูมิจะประมาณ 16-30 องศาเซลเซียส แดดแรงอยู่ มีครีมกันแดด SPF เท่าไหร่จัดมาให้หมด ไม่งั้นกลับไทยไปผิวอาจเปลี่ยนเป็นสีแทนได้

   ฤดูใบไม้ผลิ (Autumn) เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน อุณหภูมิประมาณ 5-20 องศาเซลเซียส อากาศในเมืองกำลังเย็นสบาย แต่ถ้าขึ้นเขาก็มีหนาวมั้งแหละ ใครที่อยากไปถ่ายรูปตอนใบไม้เปลี่ยนสีคือต้องจองตั๋วไปช่วงนี้ด่วนๆ

   ฤดูหนาว (Winter) จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวา - กุมภา อุณภูมิจะอยู่ที่ประมาณ -5 - 10 องศา
ถ้าช่วงหน้าหนาวเป็นอีกหนึ่ง Choice ช่วงนี้เป็นช่วง Low season ที่อะไรๆก็ถูกไปสะหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อาหาร แล้วใครว่าจอร์เจียไม่มีที่เล่นสกี เค้าก็มีด้วยนะจ้า ในเมืองพอทนได้หน่อยแต่ถ้าขึ้นเขาควันออกปากเลยจ่ะแม่จ๋า หิมะขาวโพลน ไปถ่ายรูปกับหิมะจิกกล้องให้แตกกันไปข้างนึงเลย

   ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) จะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนา - พฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 10-25 องศาเซลเซียส ช่วงนี้อากาศกำลังเย็นสบาย เดินเล่นชิวๆ ที่นี่จะเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาน้อยใหญ่และมีลำธารไหลผ่าน ถ่ายรูปก็จะได้ฟิลเป็นสีเขียวๆคลีนๆ สบายตาสุดๆ

มาจอร์เจียตอนไหนสวยที่สุด

ถ้าให้บอกว่าจอร์เจียสวยที่สุดตอนไหน เรา Recommend เลยคือตอนช่วงใบไม้ผลิ (Spring) อยู่ในช่วงเดือนมีนา - พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่บอกเลยว่าช่วงนี้จอร์เจียสวยมาก อากาศกำลังเย็นสบาย ให้ลองนึกถึงอินเทอร์ลาเค้นของสวิตเซอร์แลนด์เป็นแบบนั้นเลย หุบเขาและทุ่งหญ้าสีเขียวๆ คือดีย์

ถ้าใครชอบหิมะขาวโพลน ช่วงวินเทอร์ก็เหมาะมาก หนาวจนควันออกปากไปเลยจ่ะแม่ หน้าหนาวจะอยู่ระหว่างเดือนธันวา - กุมภา อุณภูมิจะอยู่ที่ประมาณ -5 - 10 องศา เราจะได้เห็นหุบเขาเป็นสีขาวโพลน ให้ฟิลเหมือนเราเที่ยวอยู่ในยุโรปเลยทีเดียวเป็นอะไรที่ฟินมาก เอาจริงๆ มาเที่ยวจอร์เจียตอนไหนก็คือสวยหมด บรรยากาศแต่ละฤดูคือต่างกันมาก ไหนๆวีซ่าของจอร์เจียจะฟรีตลอดทั้งปีแล้ว เราก็ต้องจัดให้ครบทุกฤดูเลยนะ

เดินทางยังไง?    
การเดินทางจากไทยไปจอร์เจีย ตอนนี้ยังไม่มีบินตรงไปลงที่จอร์เจียต้องเปลี่ยนครื่องจากประเทศอื่นๆ อย่างเมืองดูไบ (Dubai) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เมืองอัลมาตี้ (Almaty) ประเทศคาซัคสถาน, เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี และใช้เวลาบินจากไทยไปจอร์เจีย รวมเวลาต่อเครื่องก็ใช้ประมาณ 11-12 ชั่วโมง ส่วนเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 25,000 บาท ถือว่าค่อนข้างแพง แต่ถ้าเป็นตั๋วโปรราคาก็จะถูกลงหน่อย ประมาณ 15,000+ มาลงที่สนามบินทบิลิซี

ส่วนการเดินทางในประเทศ ถ้าจะเที่ยวในเมืองหลวงอย่างทบิลิซี เราสามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสและรถไฟใต้ดินได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้ามีฟิลอยากเที่ยวนอกเมืองมากกว่า เราก็สามารถเช่ารถขับเองก็ได้ ค่าเช่าต่อวันก็ประมาณ 2000 กว่าบาทเอง แต่ถ้าขี้เกียจขับเองสามารถเหมาแท็กซีหรือ Mini Van ที่จะมีคนขับที่ชำนาญเส้นทางพอสมควร

ที่พัก     
ต้องบอกก่อนว่าประเทศนี้มีโรงแรมและที่พักไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ พวกโรงแรมหรูๆใหญ่ๆจะอยู่ที่เมืองหลวงอย่างทบิลิซีและเมืองคัสเบกิเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นเมืองอื่นๆก็จะมีเป็นโรงแรมเล็กๆ หรือเกสเฮ้าส์มากกว่า และส่วนใหญ่เกสเฮ้าต์จะเป็นห้องนอนรวมหรือไม่ก็ห้องน้ำรวมมากกว่า ส่วนราคาค่าที่พักคือดีย์ ถ้านอนแบบหรูๆก็คืนละแค่ 2000+ บาทเท่านั้นเอง สำหรับคนงบน้อยๆ คืนละพันต้นๆก็มีค่า

อาหาร     

ไหนๆก็ได้มีโอกาสมาเที่ยวจอร์เจียสักครั้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือมาลิ้มลองอาหารจอร์เจียแบบแท้ๆสักครั้ง อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างตามเรามาได้เลย โดยอาหารจอร์เจียส่วนใหญ่ก็เน้นแป้งและชีส ใครที่ชอบชีสเยิ้มๆติดเค็มหน่อยกินอาหารจอร์เจียได้สบายเลย

Khachapuri พิซซ่าชีสเยิ้ม เป็นอาหารที่ฮอตฮิตมากของจอร์เจีย มันเป็นขนมปังหน้าชีสและเนย ตัวขนมปังจะหนานุ่ม ส่วนชีสถ้าเอาให้ดีควรเป็นชีสของจอร์เจียที่เรียกว่า Sulguni วิธีการกินคือคนกับชีสและไข่ให้เข้ากัน จากนั้นก็ตักใส่ปากได้เลย

Shkmeruli อารมณ์เหมือนไก่ทอดกระเทียม ใส่ซอสครีมมักจะใส่ลงในหม้อดิน เป็นไก่กรอบๆ ทานคู่กับซอสครีมชีสเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ ทานพร้อมกับมันบดเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ สามารถเข้าไปกินได้ที่เมืองหมู่บ้าน Shkmeri, Racha

Khinkali เจ้าเกี๊ยว ที่สอดไส้ด้วยเนื้อสัตว์ต่างๆ และมีซุปอยู่ด้านในด้วย เป็นอาหารที่ถ้าไปจอร์เจียคือต้องลอง นี่เป็นเมนูแรกๆที่ถ้ามาจอร์เจียต้องลองให้ได้เลย

ของฝาก    
สำหรับของฝากคงหนีไม่พ้นผลไม้และไวท์รสเลิศ ต้องบอกเลยว่าไวท์ที่จอร์เจียรสชาติสุดยอดมาก จิบนิดเดียวละลายอยู่ในปากเลยทีเดียว ขนาดว่าไวท์ของฝรั่งเศสที่ว่าดีงามมากๆแล้ว ไวท์จอร์เจียคือไม่น้อยน่าไร้ที่ติจริงๆ แถมราคาคือถูก ถูก ถูก พูดได้แค่นี้ เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากมากๆ

อินเทอร์เน็ต    
อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคโซเชียลแบบนี้ ถ้าขาดไปแล้วเราจะอัพรูปสวยๆ ลงสตอรี่อวดเพื่อนได้ยังไง บางครั้งถ้าโชคร้ายเวลาหลง สมัยนี้ใครเค้าพกแผ่นที่กันก็ต้องเปิด Google Map กันสะหมด ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตลำบากแน่ๆ

ประเทศไทยยังไม่มีเครือข่ายที่ให้บริการซิมในจอร์เจีย เราต้องไปซื้อที่จอร์เจียได้อย่างเดียว โดยเครือข่ายหลักๆ ที่คนมักนิยมใช้กันก็คือ Magti, Beeline, และ Ggocells แต่เราอยากแนะนำให้ใช้ของ Magti หลายๆคนเคลมกันว่าเน็ตเร็วปู้ดป้าดมากๆ แถมยังมีเพจเกจให้เลือกอีกเพียบ

ต่อไปจะเป็นเมืองน่าเที่ยว สำหรับคนไปเที่ยวจอร์เจียครั้งแรก

    เมืองทบิลิซี Tbilisi

เมืองหลวงแห่งจอร์เจีย เมืองที่รวมทั้งความความคลาสิคและความโมเดิร์น เพราะมีทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ จนไปถึงอาคารและที่เที่ยวสุดทันสมัย มากไปกว่านั้นสายคาเฟ่ต้องมาเมืองนี้ เดินเข้าร้านนู้นเดินออกร้านนี้ บอกเราว่าถ่ายรูปจนเหนื่อยแน่ๆ มุมถ่ายรูปมีทุกมุมจริงๆ มาเริ่มกันเลยว่ามีตรงไหนที่ต้องไปมั้ง?!

มหาวิหารซาเมบา (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi) เป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่มีความงดงามขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์เจีย รวมทั้งโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นโบสถ์อีสเทิร์นออร์โธด็อกซ์ (Eastern Orthodox) ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย และด้วยขนาดที่ใหญ่มากๆ ของโบสถ์แห่งนี้ก็เลยทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมโบสถ์ ให้เดินทางมาช่วงเช้าเพราะคนจะไม่เยอะมาก แถมอากาศยังเย็นสบายมากเลยค่ะ

Old town ย่านเมืองเก่าของทบิลิซี ไปถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมเก่า

Fabrika

เป็นเวิ้งร้านอาหารสุดฮิต การดีไซต์ของร้านค้าจัดได้ว่าชิคเว่อร์ เริ่มตั้งแต่โทนสีสดใส มีความฮิปสเตอร์สุดๆ Fabrika Hostel แต่เดิมที่นี่เป็นโรงเย็บผ้ามาก่อน ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นโฮลเทลและแหล่ง Community ที่ฮิปที่สุดในจอร์เจียเลยทีเดียว ใครที่อยากมีรูปอัพลงไอจีไม่ควรพลาดเด็ดขาด

Rezo Gabriadze Marionette Theater

โรงละคร Gabriadze เป็นโรงละครที่น่าตามีเอกลักษณ์ ดูแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่ๆ โรงละครแห่งนี้ถูกสร้างโดย Rezo Gabriadze ศิลปินชื่อดังของจอร์เจีย ด้านในมีการแสดงหุ่นกระบอกซึ่งผ่านการแสดงอย่างมากมาย จุดเด่นของที่นี่คือนาฬิกาสุดคิ้วท์ที่มักจะมีหุ่นกระบอกออกมาทักทายให้เห็นทุกๆตอนเที่ยงของทุกวัน เป็นอีกโมเม้นหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างมาเฝ้ารอดูนาฬิกากันสักครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าได้ไปจอร์เจียอย่าลืมไปที่นี่สักครั้งรับรองความชิคจริงๆค่า

ส่วนใครที่อยากตามรอยคาเฟ่น่ารักๆรอบเมืองหลวงของจอร์เจีย คลิกลิงค์ https://www.newgenstravel.com/content/18337/8-cafes-in-tbilisi-georgia จริงๆแล้ว เมืองหลวงแห่งนี้มีที่เที่ยวอีกเยอะเลย แต่ครั้งนี้ขออุบไว้ก่อน ใน EP ต่อไปจะพาบุกทบิลิซีแบบจัดเต็มเด้อ สัญญาๆ 

    เมือง Signagi 

เมืองเล็กพริกขี้หนูที่ได้รับการเคลมว่าเป็นเมืองที่โรแมนติคสุดๆ เป็นเมืองบนหุบเขาสูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลในเขตเมือง Kakheti ทางตะวันตกของจอร์เจีย บรรยากาศดีมาก ให้ฟิลกับเหมือนเดินในย่านเมืองเก่าเลย ถ้าอยากได้ไวท์ดีๆต้องมาเมืองนี้เลยเพราะเมืองนี้เรื่องไวท์เค้าดังมากๆ 

Bodbe monastery

Tsinandali palace

Tsinandali palace จะสวยแบบพิเศษใส่ไข่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง วังนี้เป็นเคยเป็นที่พักของกวีขุนนางท่านหนึ่งชื่อดังในศตวรรษที่ 19 ชื่อว่า 'Alexander Chavchavadze' หลังจากนั้นเปลี่ยนมาเป็นซาลอนหรูที่มีสวนหรูและโรงกลั่นไวท์ แต่ทุกวันนี้ที่นี่ถูกจัดเป็นนิทรรศการคอนเสิร์ต วรรณกรรมและคลาสเรียนภายใต้บรรยากาศสุดหรู ส่วใครที่อยากนอนพักสักคืนก็สามารถพักได้เพราะมีโซนโรงแรมให้นอนด้วย นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่เล็กๆให้นั่งทานเล่นด้วย พระราชวังแห่งนี้ถูกเรียกว่าเป็น 'เส้นทางแห่งรัก' หากคู่รักสามารถเดินจูงมือพร้อมกับหลับตามาที่นี่ได้ จะพบกับความสุขอันเป็นนิรันดร์ 

    เมืองคัซเบกิ Kazbegi

ดินแดนสวรรค์สุดฮิตของจอร์เจีย เมืองแห่งหุบเขาสูงท่ามกลางหุบเขาคอเคซัสที่บอกเลยว่าต้องร้อง ยิ่งมาช่วงหน้าหนาวคือฟินมาก เมืองนี้ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์เจีย เป็นเมืองตากอากาศสุดฮอตของจอร์เจียที่ถ้ามาต้องลิตส์ไว้ด้วย 

โบสถ์สมินดา ซาเมบา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ โบสถ์เกอเกติ (Gergeti Trinity Church) ที่นี่เหมือนเป็นจุดเช็คอิน หลักของจอร์เจียเลยก็ว่าได้ เป็นโบสถ์โบราณเก่าแก่ของจอร์เจียตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาคอเคซัสอย่างโดดเดี่ยว แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ ธรรมชาติที่นี่คือดีมาก ทั้งฉากหลังที่เป็นหุบเขา ทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่นี่สร้างด้วยหินแกรนิตทั้งหมด สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรตที่ 14 สูงจากระดับน้ำทะเลตั้ง 2,170 เมตร ไม่ว่าฤดูไหนก็สวยไปสะหมด เป็นสถานที่สุดฮิตที่ถ้ามาจอร์เจียต้องลิตส์ไว้เลยค่าา

Russia–Georgia Friendship Monument in Jvari Pass 

เป็นอนุสรณ์สถานที่อันงดงามที่สร้างมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1983 เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความความสัมพันธ์อันดีระหว่างจอร์เจียและรัสเซีย สร้างโดยหินและคอนกรีต ตั้งอยู่บน Devil’s Valley ซึ่งอยู่ระหว่างเมือง Gudauri (กูดอร์ริ) อันเป็นเมืองที่มีชื่อดังเรื่องสกีรีสอร์ทและเส้นทาง Jvari Pass 

ภายในมีการวาดภาพทางประวัติศาสตร์ระหว่างจอร์เจียและรัสเซียไว้อย่างสวยงาม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ต้องมาเพราะวิวดีมาก แต่ถ้าไม่ชอบถ่ายรูปแต่เป้นขาช้อป เดินลงไปข้างๆจะมีร้านขายของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆให้ซื้อ ควรค่าแก่การมาเที่ยวเว่อร์

ที่พัก : Rooms hotels kazbegi

ถ้าต้องการจะชาตแบตเติมพลังชีวิตต้องมาพักที่นี่ เรื่องความสวยงามความสะดวกสบายและบรรยากาศคือดีย์ เพื่อนๆจะเห็นหุบเขาคอเคซัสแทบทั้งลูก ถ้ายิ่งมาช่วงหน้าหนาวคือฟิน มองผ่านหน้าต่างออกไปจะเห็นวิวของหุบเขาที่ขาวโพลน ภายในมีทั้ง Lounge มีกล้องส่องทางไกลให้เห็นวิวหุบเขาทั้งลูก ร้านอาหารและบาร์ครบรสมากๆ ถ้าอยากหาที่พักที่น่านอนวิวหลักล้านสักที่บอกเลยว่าไม่มีที่ไหนเพอร์เฟคได้เท่านี้แน่นอน 

ระหว่างทางแวะไปที่กูเดาริ Gudauri
เป็นย่านที่เต็มไปด้วยสกีรีสอร์ทมากมายและเป็นย่านที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเทือกเขาคอเคซัส ด้วยความชันที่กำลังดี อยู่ที่ระดับความสูงที่ 2,196 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ย่านที่มีไว้สำหรับคนรักการเล่นสกีแบบสุดๆ แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาก เค้าจะฮอตมากๆช่วงเดือนธันวาถึงเมษาของทุกปี

ที่พักQuadrum Ski & Yoga Resort

เราจะได้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้ชาร์ตแบตเติมพลัง ชมหิมะขาวโพลนเต็มเมือง แอบกระซิบบอกยัวๆ เลยว่าเป็นโรงแรมดีงามดาวล้านดวงสุดๆ ห้องพักสวย บรรยากาศเยี่ยม มุมถ่ายรูปปังมาก ต้องแบกกระเป๋ามานอนพักสักครั้งแล้ว 

Quadrum Ski & Yoga Resort เป็นโรงแรมระดับสี่ดาว ที่บอกเลยว่าน่านอนเว่อร์ ทุกห้องเราจะได้เห็นวิวของเทือกเขาคอเคซัสแบบ 360 องศา เป็นหนึ่งในโรงแรมแห่งเมือง Gudauri ที่วิวดีมากๆ ภายในพอเปิดเข้ามาจะเห็นแสงอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างที่มีระเบียงขนาดใหญ่ให้นั่งจิบไวท์ชิลๆ การตกแต่งจะเป็นสไตล์มินิมอล โทนสีขาวสบายตา เหมาะกับวันพักผ่อนสุดๆ นอกจากนี้ภายในห้องยังมีทีวีและไวไฟ รวมทั้งอาหารเช้าและบาร์ให้บริการครบคัน ใครอยากไปว่ายน้ำหรืออบซาวน่าก็มีให้ทำ ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนที่นี่ก็วิวสวยไปสะหมด เป็นที่พักที่เหมาะกับวันพักผ่อนสุดๆ เราแนะนำๆ 

จอร์เจีย ประเทศน้องใหม่ที่เรียกได้ว่าเค้าฮอตจริงอะไรจริง ด้วยความที่เค้ามีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ค่าครองชีพที่โคตรถูกวิวที่ต้องบอกเลยว่าหลักล้าน แถมไวท์ที่รสเลิศเว่อร์ที่เค้าเคลมว่าเป็นหนึ่งในไวท์ที่อร่อยที่สุดในโลก และสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรายิ่งเที่ยวง่ายเข้าไปอีก เพราะเราไม่ต้องขอวีซ่าแถมอยู่ได้ตั้ง 365 วันหรือหนึ่งปีเลยทีเดียว กรี๊ดดดด!! ถึงตัวจะอยู่ไทย แต่ใจไปอยู่จอร์เจียแล้วพูดเลย!! 

Powered by MakeWebEasy.com