Travel Guide To Norway : เตรียมกระเป๋าให้ตุง แล้วไปบุกนอร์เวย์กัน ...

215 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

Travel Guide To Norway : เตรียมกระเป๋าให้ตุง แล้วไปบุกนอร์เวย์กัน ...

เตรียมกระเป๋าให้ตุง แล้วไปบุกนอร์เวย์กัน ...

ทำไมต้องเตรียมตังค์ให้ตุง เพราะนอร์เวย์เนี่ย เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพที่แพงมากกก เอาง่ายๆอย่างโรงแรมราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่คืนละ 3,000 - 15,000 บาท แล้วแต่ความสะดวกเลย แต่เอาเข้าจริงราคาสามพันบาทก็คือได้นอนโฮสท์เทลดีๆนี่แหละ ส่วนค่าอาหารอย่างฮอทดอก ชิ้นละ 25 NOK หรือประมาณ 85 บาท เบียร์กระป๋องละ 80 NOK หรือเกือบ 270 บาท Oh my God!! พิซซ่าชิ้นละประมาณ 30 NOK ประมาณ 100 บาทแหนะ ย้ำนะว่าแค่ราคาต่อชิ้น!!! โดยอาหารในแต่ละมื้อเฉลี่ยประมาณ 500 บาท อาหารที่นี่ราคาแพงหูฉีกจริงๆ!!! ยังดีนะที่น้ำประปากินได้และยังอร่อยด้วย

ส่วนเรื่องอาหารการกินประจำนอร์เวย์ จะมีเลฟซ่า อาหารที่ทำจากมั่นฝรั่งต้มบด หน้าตาคล้ายโรตีแผ่นใหญ่ ,ไส้กรอกห่อโรตี, เนื้อกวางเรนเดียร์แห้ง, และที่เด็ดสุดคือแซลม่อน ซึ่งนอร์เวย์เรียกได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดแซลม่อนชั้นยอด อย่างน้อยถ้ามีแซลม่อนก็ไม่อดตายแล้ว^^

ส่วนภาษา Don’t Worry ได้เลย เพราะคนนอร์เวย์พูดภาษาอังกฤษปู๊ดมากกกก

และเรื่องอากาศ ในช่วงหน้าหนาวอย่างเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ 0 - 18 องศา ช่วงนี้จะมืดเร็วสุดๆ เป็นโอกาสที่ดีมากในการออกไปล่าแสงเหนือค่ะ **เอาเสื้อกันหนาวไปเยอะๆนะ เตือนแล้วน้าา

โดยแพลนของเราจะไปไหนบ้าง!?
DAY 1 : OSLO - TROMSO
DAY 2 : TROMSO
DAY 3 : TROMSO - NARVIK
DAY 4 : NARVIK - LOFOTEN ISLAND - HENNINGVÆR
DAY 5 : REINE - SVOLÆR
DAY 6 : SVOLÆR - BERGIN
DAY 7 : NORWAY IN A NUTSHELL - OSLO
DAY 8 : OSLO
DAY 9 : OSLO - BKK

แผนการท่องเที่ยวอย่างละเอียดอยู่ด้านล่างนะคะ
 

    DAY 1 BKK - OSLO - TROMSO

เริ่มเดินทางไปนอร์เวย์จากสนามบินสุวรรณภูมิ
ค่าเครื่องบินนอร์เวย์สายการบินราคาประมาณ 30,000 บาท ใช้เวลาเดินทาง 12 ชม.


จากนั่นลุยต่อบินจากออสโสไปที่ทรอมโซ (Tromso) เมืองชื่อดังของนอร์เวย์ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอาร์คติกเซอร์เคิลอีกด้วยนะ ส่วนการเดินทางภายในประเทศ แนะนำไปเช่ารถเพราะจะสะดวกที่สุด เริ่มต้นคร่าวๆ วันละ 4,000 บาท นั่งได้ 4 คนเลยนะ

บรรยาศเมืองทรอมโซ (Tromso) ก็จะประมาณนี้ มีแต่หิมะเต็มไปหมดเลย ^^

เดินชมบรรยากาศย่านใจกลางเมือง เดินจนเหนื่อยก็ตรงดิ่งไปที่ พิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (Polar Museum) อาคารไม้สีแดง ตั้งอยู่บนท่าเทียบเรือ ภายในจัดเต็มกับประวัติศาสต ร์มากมายและจัดแสดงเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตอาร์กติก อย่างปลาวาฬ หมีขั้วโลก แมวน้ำและสิงโตทะเล 
 

คืนแรกเข้าพักที่ Tromso 

 

    DAY 2 TROMSO

ตื่นเช้าก็ไปกินข้าวให้พร้อม แล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปล่องเรือชมฟอร์ด (F Jord Cruise)

บรรยากาศคือดีมาก และหนาวมากเช่นกัน ต้องใส่เสื้อหนาๆด้วยนะ โดยบนเรือ เพื่อนๆจะมีโอกาสเห็นนก แมวน้ำ เหยี่ยว ถ้าโชคดีหน่อยอาจจะเจอน้องวาฬก็ได้นะ ระหว่างนั่งชมวิวชิคๆ บนเรือก็ยังมีอาหารให้เราทานอีก เพลินจริงอะไรจริง!!


หลังจากลงเรือแวะกินข้าวสักแปป ก็ไปนั่งเคเบิ้ลคาร์ชมยอดเขาสูงงง อย่างยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) นั่งชมวิวรอบเมืองทรอมโซจนสุดสายตา


หลังจากชมวิวเสร็จ เข้าพักที่โรงแรม กินข้าวเย็นให้พร้อม เพื่อไปล่าแสงเหนือกันนนนนน
 
คืนแรกเราล่าแสงเหนือด้วยการขับสโนว์โมบิล (Snowmobile) ก่อนจะได้ขึ้นไปขับเล่น จะมีเจ้าหน้าที่ค่อยให้คำแนะนำเรา ไม่ต้องห่วงเรื่องอันตราย เพราะพี่ๆเค้าดูแลดีมาก ระหว่างทางก็ต้องลุ้นเอาว่าจะเห็นแสงเขียวๆไหม?


แนะนำก่อนนะว่าต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพราะยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว
สามารถเช็คแสงเหนือได้ที่ : https:// www.norway-lights.com/ #kirkenes หรือแอพ NorwayLight

    DAY 3 TROMSO - NARVIK

ตื่นมาพร้อมกับความสดใส กินข้าวให้พร้อม ลุยต่อ ....

เช้านี้ไปนั่งรถลากเลื่อนจากน้องกวางเรนเดียร์ ให้น้องพาไปชมหมู่บ้านชาวซามิกัน



พักกินข้าวกัน แล้วเดินทางไปที่เมืองนาร์วิค เมืองทางตอนเหนือของนอร์เวย์ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่เที่ยวชมเมืองตามอิสระ

จากนั่นก็ลุยๆๆๆ ล่าแสงเหนือกัน คืนที่สองเราไปล่าแสงเหนือที่ Northern Light Lodge วิวที่นี่คือสวยมาก สามารถมองเมืองนาร์วิคได้สุดลูกหูลูกตา ไม่รู้จะเลือกมองอะไรดีระหว่างแสงเหนือกับวิว เพราะเลือกไม่ได้จริงๆแม่

เข้าที่พัก ณ เมืองนาร์วิค

 

    DAY 4 NARVIK - LOFOTEN ISLAND - HENNINGVÆR

วันนี้ชาตแบตให้พร้อม แล้วลุยต่อ!!
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แวะกินข้าวเช้ากันก่อนออกเดินทาง วันนี้เดินทางไปที่เมืองสโววาร์ หมู่เกาะลอฟโฟเทน เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่คนในเมืองมักจะมาหาปลากันที่นี่ สิ่งที่โดดเด่นของเมืองนี้คือ กระท่องหลังคาสีแดงแบบดั้งเดิม จนกลายเป็นแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องโดนตก ทุกคนต่างหมุนเวียนกันถ่ายรูปเก็บไว้กัน

เริ่มเหนื่อยจากการถ่ายรูป แวะมากินข้าวกลางวัน แล้วเดินทางต่อที่เมือง HENNINGSVÆR อีกเมืองท่าที่น่ารักสุดๆ จุดเด่นของเมืองนี้ก็เป็นบ้านชาวประมงสีแดง (ROBBUER) เมืองนี้จะสวยมากในหน้าหนาว เพราะภูเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ คือดีย์

เข้าพักที่เมืองสโววาร์ (Svolær)

    DAY 5 : REINE - SVOLÆR

เช้าอันสดใสลุยต่อที่เมือง REINE อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เดินเล่นชมเมืองสักพัก แล้วไปต่อที่หมู่บ้าน Å เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อ ว่าหมู่บ้านที่สวยที่สุดบนเกาะ เป็นที่นิยมแบบสุดๆ หลังจากนั่นเดินทางเมืองสโววาร์ เพื่อล่าแสงเหนือวันสุดท้าย


คืนนี้พักที่ สโววาร์ (Svolær) 

    DAY 6 : SVOLÆR - BERGIN

เบื่อตอนเหนือของนอร์เวย์แล้ว ก็บินตรงไปตอนล่างของนอร์เวย์บ้าง

เราเลือกเมืองเบอร์กิน(BERG IN) เพราะเป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์สุดๆอีกเมืองหนึ่ง ทุกอย่างในเมืองดูน่ารักไปหมด ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า แถมเมืองนี้ยังเงียบสงบอีกด้วย วันนี้เที่ยวแค่นี้พอ ต้องรีบกลับไปพักนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้เราจะไป Norway in a nutshell บอกก่อนนะว่าต้องจองไว้ก่อน ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https:// www.norwaynutshell.com/


Norway in a Nutshell เป็นการท่องเที่ยวโดยรถไฟ ล่องเรือชม Fjord และนั่งรถบัสเที่ยวชมวิวเมือง Norway เป็นเส้นทางที่รวบรวมเอาสถานที่ที่มีความสวยงาม และจุดชมที่ดีที่สุดมาเสนอในทริปเดียว คุ้มมากกกกก คือมา Norway แล้วไม่มา Norway in a Nutshell ถือว่าพลาด!!!! ราคาจะอยู่ที่ 1330 NOK ประมาณ 4,500 บาทจ้า

    DAY 7 NORWAY IN A NUTSHELL - OSLO

วันที่รอคอยก็มาถึง!!!!
กินข้าวเช้าให้พร้อมขึ้นรถไฟชมวิวตอนแปดโมงครึ่ง พอขึ้นไปมือไม้สั่นเพราะวิวมันสวยมาก หิมะที่ปกคลุมภูเขา ตัดกับบ้านที่มีสีสันสดใส มองไปทางไหนก็ต้องหยิบกล้อง ขึ้นมาถ่าย เรียกว่าเป็นสายที่โรแมนติคสุดๆเลยก็ว่าได้ ผ่านเมือง Voss, Myrdal แล้วรถไฟก็มาจอดที่เมือง Flam ปล่อยให้ทุกคนลงชมเมืองเดิน ถ่ายรูป เมืองนี้สวยมากมีทะเลสาบอยู่ตรงกลางรายล้อมไปด้วยภูเขา โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆ ประทับใจ ที่นี่มีศูนย์บริการให้ข้อมูลสามารถเอาแผนที่เดินชมเมืองมาดูว่าที่ไหนควรจะไป หรือเดินยังไงได้ นั่งรถไฟชมวิวแค่นี้ก็ใช้เวาเป็นวันๆ

ปลายทางของวันนี้คือเมืองออสโล ถึงประมาณสี่ทุ่มครึ่ง พอถึงที่พักก็น็อคเลย เพราะใช้พลังเยอะมากแต่ก็คุ้มจริงๆนะ
 

    DAY 8 : OSLO

เช้าที่สดใสที่กรุงออสโส เมืองหลวงของนอร์เวย์

**แนะนำให้ซื้อบัตร Day Pass จะมีฟังค์ชั่นที่แตกต่างกัน สามารถได้นั่งทั้งรถเมล์ รถราง รถไฟใต้ดินและเรือเฟอร์รี ถือบัตรเดียวคุ้มเว่อร์
อย่างแบบ Single ticket 56 NOK ใช้ได้ 60 นาที
ส่วน 24 ชม ราคาจะอยู่ที่ 108 NOK หรือประมาณ , 7 day 285 NOK
สามารถซื้อได้ง่ายๆที่แอพ Oslo Pass หรือซื้อได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โรงแรม พิพิธภัณฑ์ทั่วกรุงออสโล

ถึงเวลาไปละลายทรัพย์กันต่อ ที่ย่านคาร์ลโจฮัทเกท (Karl Johans Gate) เป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง มีของแบรนด์เนม ของฝากเต็มไปหมด ไม่ต้องห่วงเรื่องราคานะ เพราะแพงอยู่แล้ว5555

หลังจากช้อปปิ้งเสร็จ ลุยต่อที่ Domkirken หรือ Oslo Cathedral โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งออสโล ไปถ่ายรูปที่พระราชวัง (Royal Palace) ,Stortinget อาคารรัฐสภาของนอร์เวย และ Akerhus Fortress สถานที่สำคัญของเมืองหลวงแห งนี้

พักที่ออสโล

    DAY 9 : OSLO - BKK

วันนี้ต้องเตรียมตัวกลับไทย แล้วว ไม่อยากกลับเลย
ก่อนกลับเรา แวะไป Vigelandsparken สวนชื่อดังของออสโลอีกหนึ่งแห่ง ข้างในน่าทึ่งมาก เพราะมีรูปปั้นถึง 212 ชิ้น อย่าลืมไปถ่ายรูปกับ Monolith รูปปั้นชื่อดังของที่นี่ เป็นเสาสูงกว่า 14 เมตร ประกอบไปด้วนคนกว่า 121 คน สวนนี้ค่าเข้าฟรีด้วยนะ


ฮืออ ร้องไห้หนักมากต้องเดินทางกลับไทยแล้วว โดยสนามบินออสโลถึงสนามบินสุวรรณภูมิค่ะ

Bye bye Norway TT"

นอร์เวย์ (Norway) ประเทศที่มาครั้งเดียวถือว่าคุ้มมาก ประเทศที่เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แถมได้ทั้งล่าแสงเหนือ ดื่มด่ำบรรยากาศที่แสนบริสุทธิ์ อาหารก็อร่อยอีกต่างหาก ต้องไปลองแซลมอนนอร์เวย์คือเด็ดจริงๆ ระบบขนส่งสาธารณะก็ดีใช่ย่อย สะดวกสบาย ปลอดภัยมากๆ เป็นประเทศที่สมบูรณืแบบจริงๆ อยากให้มาลองสักครั้งนะคะ 


 
 
 

Powered by MakeWebEasy.com