5 ปราสาทแสนสวยของเยอรมนี

302 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

5 ปราสาทแสนสวยของเยอรมนี

เมื่อพูดถึงเจ้าหญิง กับเจ้าชาย หรือปราสาทในเทพนิยายต่างๆ จะทำให้เรานึกถึงเรื่องราวชวนฝัน และความโรแมนติค ในวัยเด็กเชื่อว่าทุกๆคนคงจะผ่านหูผ่านตากับเรื่องเล่าของนิทาน รวมถึงการ์ตูนต่างๆ ที่มักจะสอดแทรกเรื่องราวเหล่านี้อยู่เสมอ เราจึงรวบรวม 5 ปราสาทที่มีความสวยงามของประเทศเยอรมนี มาให้เพื่อนๆเก็บลิสต์ไว้ไปเที่ยวกันค่ะ

 

  ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) 

ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) ตั้งอยู่ในเมืองชวานเกา (Schwangau) ห่างจากเมืองมิวนิค (Munich) ประมาณ 109 กิโลเมตร ปราสาทเก่าแก่มีอายุกว่า 160 ปี สามารถเที่ยวแบบไปเช้า เย็นกลับได้ นอยชวานชไตน์เป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิตของไทยที่ปิดตัวลงไปแล้ว ถือเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามมากที่สุดในโลก

นอยชวานชไตน์ถูกสร้างโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่คีตกวีชื่อ ริชาร์ด วากเนอร์ ผู้แต่งบทประพันธ์เรื่องอัศวินหงษ์ “Swan Knight Lohengrin” ภายในปราสาทมีห้องจัดแสดงมากมาย Throne Hall หรือห้องราชบังลังก์ เป็นห้องที่มีความน่าสนใจมากที่สุด เพราะในห้องจะถูกประดับประดาด้วยจิตรกรรมฝาผนังสีทอง และโคมไฟแก้วขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีห้อง Singers Hall ไว้จัดแสดงเทศกาลดนตรี ซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของปราสาทให้ได้ชมอีกด้วย

ส่วนด้านนอกปราสาท เพื่อนๆจะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การยืนชมวิวของปราสาทที่สะพานมาเรียนบรู๊ค (Marienbrucke หรือ Mary’s bridge) 

นอกจากนี้ใกล้กัน ยังมีปราสาทเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียง ที่เพื่อนๆ สามารถแวะไปเที่ยวชมได้อย่าง ปราสาทโฮเฮ็นชวานเกา (Hohenschwangau Castle) ซึ่งถือเป็นปราสาทพี่ ปราสาทน้องกับปราสาทนอยชวานชไตน์ เป็นปราสาทที่พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียประทับเมื่อยังทรงพระเยาว์ เพื่อนๆจะนั่งรถม้า เพื่อความฟินน์กับบรรยากาศก็ได้นะคะ ราคาไม่แพงค่ะ 

ถึงแม้ว่าปราสาทนอยชวานชไตน์จะเป็นปราสาทที่ถูกสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะพระเจ้าลุดวิกที่ 2 สิ้นพระชนม์ก่อน แต่ความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างยุคกลางและสไตล์กอธิค จึงดึงดูให้นักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาเที่ยวชม ปราสาทนอยชวานชไตน์สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู เพราะแต่ละฤดูจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ชอบฤดูไหน ก็เลือกเที่ยวฤดูนั้น ตามชอบได้เลยค่ะ 

 

  ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle)

ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) เป็นปราสาทในในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค แห่งเมืองไฮเดลเบิร์ก เมืองเก่าสุดโรแมนติค นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ของไทยเราอีกด้วย 

ปราสาทแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 400 ปี เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างของยุคเรอแนซ็องส์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ สถาปัตยกรรมที่เห็นจึงมีหลากหลายตามยุคสมัย ตัวปราสาทเคยถูกทำลายในช่วงที่มีสงครามกับฝรั่งเศส จึงทำให้มีบางส่วนแตกหักไปบ้าง แต่เจ้าปราสาทนี้ก็ยังได้รับการยอมรับว่าคือซากปรักหักพังของปราสามที่สวยงามที่สุดในโลก

ภายในปราสาทมี พิพิธภัณฑ์เภสัชกร (Deutsches Apotheken-Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของร้านขายยาและร้านขายยาในสมัยโบราณ มียากว่า 1,000 ชนิดที่เป็นตัวยาจากศตวรรษที่ 17 ถึง 19 ให้ชม 

นอกจากนี้ใต้ปราสาทยังมี "ถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1751 โดยเจ้าชาย Elector Karl Theodor เพื่อเก็บไวน์ที่จ่ายเป็นภาษีโดยผู้ปลูกไวน์ของ Palatine ด้วยขนาดความจุราว 222,000 ลิตรให้ได้ชมอีกด้วย

ปราสาทนี้มีลานกว้างตรงกลางที่สวยงาม แถมด้านนอกยังสามารถชมวิวของเมืองไฮเดลเบิร์กที่มีแม่น้ำ Neckar ไหลผ่าน แบบ Panorama ได้อย่างชัดเจน

 

  ปราสาทเอ็ลทซ์ (Burg Eltz)

ปราสาทเอ็ลทซ์ (Burg Eltz) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางธรรมชาติของหุบเขา Elzbach ทางตอนเหนือแม่น้ำมอแซล ระหว่างเมืองโคเบล็นทซ์กับเมืองเทรียร์ เป็นศูนย์รวมของปราสาทของอัศวิน ถูกครอบครองโดยครอบครัว Eltz ตระกูลขุนนางเก่าแก่ซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 มากว่า 850 ปี ตัวปราสาทยังคงความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เพราะรอดพ้นจากการทำลายล้างในช่วงสงคราม

ภายในมี ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องโถง คลังแสง และห้องจัดเก็บชุดของเหล่าอัศวินรวมทั้งมีห้องล่าสัตว์ และห้องครัว ซึ่งที่นี่จะช่วยให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการใช้ชีวิตในยุคกลางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องแต่งตัวที่มีภาพวาดฝาผนังจากศตวรรษที่ 15 ที่ยังคงลวดลายเป็นเอกลักษณ์ 

สิ่งสำคัญที่ต้องห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งในการมาเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้คือ ห้องใต้ดินของปราสาท ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องเก็บสมบัติส่วนตัวที่สำคัญที่สุด เป็นงานสะสมทองคำ และเงิน รวมถึงอัญมณีเครื่องเคลือบดินเผาปืน และเสื้อเกราะต่างตั้งแต่ยุคโบราณให้ชม

รอบปราสาทมีแม่น้ำเอ็ลซ์บัค (Elzbach) ไหลผ่าน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาทสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ด้วยลักษณะโครงสร้างของปราสาทเป็นแบบหอคอยที่มียอดแหลม จึงทำให้คนที่เข้าไปเที่ยวชมได้รับกลิ่นอายของ "ปราสาทเทพนิยาย" อย่างแท้จริง

  ปราสาทโฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (เยอรมัน: Burg Hohenzollern) 

ปราสาทโฮเอินท์ซอลเลิร์น (เยอรมัน: Burg Hohenzollern) เป็นปราสาทโบราณซึ่งตกทอดกันในราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น ตัวปราสาทเคยถูกทำลายในช่วงค.ศ. 1423 แต่ในปีค.ศ. 1819 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เฟรเดอริควิลเลียมที่ 4 แห่งปรัสเซีย ก็ทรงสร้างขึ้นมาใหม่ให้มีขนาดใหญ่ และสวยกว่าเดิม 

ภายในมีการจัดแสดงผลงานทองคำและเงินจากศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19 สิ่งสำคัญที่ต้องห้ามพลาดชมคือ "มงกุฎของปรัสเซีย" เป็นมงกุฎที่สร้างจากเพชร และทองคำสมัยโบราณ ด้วยความที่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ จึงดึงดูดผู้เข้าชมนับแสนจากทั่วทุกมุมโลกตลอดทั้งปี

ตัวปราสาทตั้งอยู่บนภูเขาที่สวยที่สุดใน Swabia ด้วยความยิ่งใหญ่ และสวยงามของปราสาทจึงทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "มงกุฎของปราสาทในสวาเบีย" และเป็น "ปราสาทที่มีป้อมปราการมากที่สุดในเยอรมนี" นอกจากนี้ภายในปราสาทยังมีร้านอาหาร Zollernstüble และคาเฟ่ รวมถึงลานเบียร์ ให้ได้นั่งพักรับประทานอาหาร หลังจากที่เที่ยวชมปราสาทกันมาแบบเหนื่อยๆด้วยนะคะ

 

  ปราสาทชเวริน (Schweriner Castle)



ปราสาทชเวริน (Schweriner Castle) เมื่อ 100 ปีที่แล้วเคยเป็นที่ประทับของท่านดยุคแห่งเมคเลนบูร์ก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งรัฐเมคเลนบูร์ก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะใจกลางเมืองชเวริน เป็นปราสาทที่มีความงดงามที่สุดในจำนวนปราสาทและคฤหาสน์กว่าสองพันหลังในเมคเลนบูร์ก

ตัวอาคารมีประวัติศาสตร์การก่อสร้างอย่างยาวนาน ในการสร้างได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังช็องบอร์ (Chambord Castle) ของประเทศฝรั่งเศส ปราสาทแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์ที่งดงามประกอบด้วยทะเลสาบและป่าไม้ของเมืองชเวริน จนดูเหมือนเป็นปราสาทแห่งเทพนิยายจริงๆ 

ในฤดูร้อน (เมษายน - ตุลาคม) จะมีร้านกาแฟให้ได้นั่งกินลมชมความงามของสวนสวยนอกปราสาท ส่วนในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มีนาคม) สามารถนั่งทานเครื่องดื่มได้ที่ Schloss cafe ภายในปราสาท Schwerin ค่ะ 

เนื่องจากตัวอาคารมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และถูกล้อมลอบด้วยทะเลสาบ จึงทำให้ปราสาทแห่งนี้มีความโรแมนติค และเป็นที่รู้จักในนาม "Neuschwanstein of the North" "ปราสาทซินเดอเรลา (Cinderella Castle)" และ "ปราสาทเทพนิยาย (Fairytale Castle)" ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี ด้านบน สามารถชมวิวของเมืองชเวรินที่สวยงามได้อีกด้วย

ภายในอาคารแต่ละชั้นมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะ เช่น ภาพวาดที่มีค่า งานประติมากรรม และงานฝีมือมาจากยุคที่มีเสน่ห์ที่สุดของ Schwerin ในศตวรรษที่ 19 ไฮไลท์พิเศษคือคอลเล็คชั่นพอร์ซเลนที่เพิ่งเปิดใหม่ รวมถึงคอลเล็กชั่นอาวุธที่ใช้เวลามีการเดินขบวนพาเหรด ปราสาท Schwerin ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในการสร้างสรรค์งานทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของยุคแห่งประวัติศาสตร์โรแมนติกในยุโรป


Powered by MakeWebEasy.com