จุดเช็กอิน เมืองมิวนิก

329 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

จุดเช็กอิน เมืองมิวนิก

มิวนิก (Munich) หรือในภาษาเยอรมันว่า มึนเชิน (München) เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย คาดว่าสร้างขึ้นเมื่อค.ศ. 1158 ตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์ เป็นเมืองที่รวยด้วยสถาปัตยกรรมในสไตล์บาร็อค และเรอเนสซองส์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศเช่นกรุงเบอร์ลิน แต่ก็เป็นเมืองที่มีความสำคัญกับประเทศเยอรมนีมากๆเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมัน เพราะมีเทศกาล Oktoberfest เทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจัดขึ้นที่นี่ทุกๆปีอีกด้วยค่ะ

คนมีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวแบบคุ้มๆ ก่อนขึ้นเครื่องกลับที่เมืองมิวนิก จะมีที่เที่ยวอะไรให้เลือกเที่ยวตามเวลาที่เหมาะสมได้บ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ  

  จัตุรัสมาเรียนพลัสซ์ (Marienplatz)

จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) หรือ จัตุรัสแมรี่ (Mary’s Square) ตั้งอยู่กลางใจเมืองของนครมิวนิค ถือเป็นหัวใจสำคัญของเขตเมืองเก่า ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นตลาด Viktualienmarket มาก่อน แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสถานที่จัดงานทางวัฒนธรรม และเป็นที่ตั้งของตลาดคริสต์มาสประจำเมืองในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคมด้วยค่ะ 

บริเวณจัตุรัสแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายเกือบตลอดทั้งวัน เพราะถือเป็นจุดนัดพบของเหล่านักท่องเที่ยวที่จะตามหากันง่ายขึ้น เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจัตุรัสแห่งนี้ คือ รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง และศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus) นั่นเองค่ะ 

นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องห้ามพลาด คือ บริเวณหอระฆังที่ศาลากลางหลังใหม่ เวลา 11 โมงเช้าในฤดูหนาว และ 17.00 น. ในฤดูร้อน จะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ และระฆัง 43 ใบจะส่งเสียงดังกังวานทั่วจัตุรัสเลยล่ะค่ะ

หากได้มาเที่ยวชมแล้ว อย่าลืมเผื่อเวลาเที่ยวด้วยนะคะ เพราะรอบๆจัตุรัสแห่งนี้อาคารศาลากลาง ตลาด และโบสถ์ต่างๆที่อยู่รายรอบจัตุรัสให้ได้เดินเที่ยวชมมากมาย ซึ่งจะมีที่เที่ยวอะไรอยู่ใกล้ๆกับจัตุรัสแห่งนี้บ้าง ตามมาเก็บข้อมูลไว้ในลิสต์กันเลยคร้า 

โบสถ์ Church of Our Lady เป็นโบสถ์ประจำเมืองที่รู้จักกันในชื่อ Frauenkirche โบสถ์มีลักษณะเป็นโดมหัวหอมขนาดใหญ่ มหาวิหารสไตล์กอธิค สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1468 ด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวโบสถ์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศ หลังจากนั้นก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ไฮไลท์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดในการชมโบสถ์แห่งนี้คือ รอยเท้าปีศาจในตำนานที่อยู่บนพื้นของโบสถ์ และอุโมงค์ฝังศพของจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ลุดวิกที่บาวาเรียค่ะ

นอกจากนี้หอคอยทางทิศใต้ของมหาวิหาร สามารถขึ้นไปเพื่อชมวิวของเมืองมิวนิคแบบ Panorama ที่สวยงามได้อีกด้วยนะคะ Frauenkirche จึงถือเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนอีกหนึ่งอย่างของเมืองมิวนิคที่ต้องห้ามพลาดเลยก็ว่าได้ค่ะ 

St. Peter's Church เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของมิวนิค โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่บนเนินเล็กๆ ใกล้กับจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่โด่งดังหรือมีชื่อเสียงเท่า Frauenkirche แต่มันก็มีความงดงามไม่แพ้กันค่ะ การขึ้นไปยังจุดชมวิวของหอคอยที่โบสถ์นี้จะต้องขึ้นบันไดไปทั้งหมด 299 ขั้น ซึ่งเมื่อคุณไปถึงจุดสูงสุดของโบสถ์แล้ว ก็จะได้พบกับทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามาที่สวยงามมากๆ หากสภาพอากาศดีๆ ท้องฟ้าแจ่มใส อาจจะได้เห็นเทือกเขาแอลป์ด้วยนะคะ 

โบสถ์แห่งนี้คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จึงทำให้ภายในมีศิลปะแบบผสมผสาน แท่นบูชาสูงสีทอง และจิตรกรรมฝาผนังบนเพดานขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปทั่วโบสถ์ เป็นสิ่งที่ต้องห้ามพลาดชมนะคะ 

โบสถ์ไฮลิกไกสท์ (Holy Ghost Church) หรือชื่อในภาษาเยอรมันคือ Heilig geist kirche เป็นโบสถ์แห่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนิกายคาทอลิก ตั้งอยู่ใกล้กับติดกับ จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ และตลาด viktualienmarkt สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1392 ถือเป็นโบสถ์ที่ต้องแวะไปเยี่ยมชมของเมืองมิวนิคอีกแห่งหนึ่งเลยค่ะ

ตลาด viktualienmarkt ตั้งอยู่ใกล้กับจตุรัส Marienplatz เมืองมิวนิค เป็นตลาดขายอาหารหลักที่มีทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด ผลไม้ เครื่องเทศ อาหารทะเล และอื่นๆอีกมากมาย ที่ตลาดแห่งนี้มีเสาประดับขนาดใหญ่สไตล์บาวาเรียตั้งอยู่กลางตลาด ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาลักษณ์สำคัญที่แสดงออกถึงงานหัตถกรรมและอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญกับชาวพื้นเมืองที่นี่เป็นอย่างมากค่ะ อยากทานผลไม้สดๆ แปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีในบ้านเรา แนะนำมาที่นี่ที่เดียว ครบเลยค่ะ 

อ่อ!! เกือบลืมไปเลยค่ะ อีกจุดหนึ่งที่ต้องห้ามพลาด คือบริเวณด้านข้างศาลาว่าการหลังเก่า (Altes Rathaus) จะมีรูปปั้นของจูเลียต (Juliet Capulet Statue) จากเมืองเวโรน่า ตั้งอยู่ ซึ่งรูปปั้นนี้จูเลียตจะยืนหน้าเศร้า ที่หน้าอกข้างขวาจะเห็นว่ามีความมันวาว เพราะคนที่นี่มีความเชื่อว่า หากได้ลูบหน้าอกของจูเลียตจะทำให้สมหวังในรักนั่นเองค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับที่เที่ยวใกล้ จัตุรัสมาเรียนพลัสซ์ ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในมิวนิกที่ใกล้ๆละก็ แนะนำว่ามาที่นี่ที่เดียว ครบวงจร แถมสามารถเดินชิลล์ๆได้ถึงกันหมดเลยค่ะ 

แต่ถ้าหากใครไม่ชอบเดินเล่นในเมือง อยากเที่ยวพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ หรือที่เที่ยวที่แปลกๆอื่นๆ แนะนำตามไปดูที่เที่ยวที่เราจะนำมาเสนอต่อไปได้เลยคร้า

  พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace)

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Castle) เป็นพระราชวังในสถาปัตยกรรมบาร็อค สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1664 ตัวอาคารเป็นทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่ขนาบข้างด้วยที่พักของพวกลูกขุนนาง และพิพิธภัณฑ์ เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 ซึ่งใช้เป็นที่ประทับในฤดูการล่าสัตว์ของพระองค์

ภายในพระราชวังได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม มีห้องที่น่าเข้าเยี่ยมชมมากมาย เช่น Gallery of Beauties จัดแสดงภาพวาดสตรีสาวสวย 36 นางในวงสังคม รวมถึงภาพวาดนางโลล่า มอนเทซ นักเต้นรำชาวไอริช ผู้ที่มีคำเล่าลือว่ามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าลุดวิกที่ 1 ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์

ส่วนด้านนอกมีสวนที่ออกแบบจัดแต่งได้สวยงามสบายตาในสไตล์ฝรั่งเศส ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ถูกปลุกเรียบรายเป็นระเบียบ มีลานน้ำพุ รวมถึงดอกไม้ต่างๆที่จะออกดอกชูช่อในช่วงฤดูร้อนให้ได้ชมมากมายเลยค่ะ พิเศษ!! ในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายน - เดือนตุลาคม เพื่อนๆยังสามารถนั่งเรือแจวสัมผัสมบรรยากาศในวังได้ด้วยนะคะ 

นอกจากนี้บริเวณของพระราชวัง ยังมีพระราชวังเล็กๆที่น่าสนใจอย่าง วัง Amalienburg, พิพิธภัณฑ์ราชรถ (Marstall Museum) และ สวนพฤกษศาสตร์มิวนิก (Botanical Garden Munich-Nymphenburg) ที่ดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง

วัง Amalienburg ที่ถูกตกแต่งด้วยอัญมณี Rococo ถูกออกแบบโดยสถาปนิกที่ได้รับการฝึกฝนมาจากกรุงปารีสอย่าง FrançoisCuvillés Elder ซึ่งเขาได้นำศิลปะแบบมิวนิคมาผสมผสานกับศิลปะแบบบาร็อคได้อย่างลงตัว

พิพิธภัณฑ์ราชรถ (Marstall Museum) หรือที่เรารู้จักกันง่ายๆว่า "พิพิธภัณฑ์รถม้า" เพื่อนๆจะได้เห็นรถม้า รถเลื่อนต่างๆที่เป็นของกษัตริย์ลุดวิกที่พระองค์เคยใช้ทั้งหมด ซึ่งบางคันถูกตกแต่งประดับประดาด้วยทองคำ สวยงาม และมีลวดลายที่ละเอียดค่ะ

สวนพฤกษศาสตร์มิวนิก (Botanical Garden Munich-Nymphenburg) มีพื้นที่ 52.4 เอเคอร์ เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลก และมีผู้เยี่ยมชมกว่า 350,000 คนต่อปี ซึ่งสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ยังใช้สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อบรม และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ของภูมิภาคที่ร้อน

พระราชวังนิมเฟนบูร์กนับว่าเป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในมิวนิก ช่วงฤดูร้อนจะมีบรรดาหงส์มาว่ายน้ำเล่นให้เพื่อนๆได้ชมอีกด้วย

 

  พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munich)

พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munich) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1385 เป็นอดีตพระราชวังหลวงของราชอาณาจักรบาวาเรียในอดีต และเป็นที่ทรงงานชองกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมายาวนานกว่า 500 ปี เสน่ห์ของพระราชวังแห่งนี้ คือมีความผสมผสานของศิลปะหลายยุคหลายสมัย โดยมีทั้งยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ยุคบาโรก และยุคโรโคโค

ถึงแม้ว่าบางส่วนของพระราชวังจะถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ภายหลังในปี ค.ศ.1945 มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความยิ่งใหญ่ และอลังการกว่าเดิมค่ะ

ภายในมีห้องจัดแสดงถึง 130 ห้อง โดยมีอาคารหลักอยู่สามแห่งคือ "เคอนิกส์เบา" (Königsbau) "อัลเทอเรซิเดนซ์" (Alte Residenz) และ "เฟสท์ซาลเบา" (Festsaalbau) ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมงานทางศิลปะ และเป็นคลังเก็บสมบัติของกษัตริย์โบราณค่ะ

นอกจากนี้ในส่วนขด้านหลังของพระราชวังเรสซิเดนซ์ยังมีสวนสวยสไตล์ยุโรปขนาดใหญ่ ชื่อ Hofgarten ให้เพื่อนๆได้เดินเล่นชมดอกไม้ ที่จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามฤดูอีกด้วยนะคะ 


  Olympic Park Munich

Olympic Park Munich เป็นสถานที่ที่เคยใช้จัดมหกรรมโอลิมปิกฤดูร้อนในปีค.ศ. 1972 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ต่อมาภายหลังเสร็จสิ้นมหกรรม อุทยานแห่งนี้ถูกใช้เป็นสวนสาธารณะ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และสังคม

อุทยานมีพื้นที่ 530 ไร่ แบ่งออกเป็นสี่เขตย่อยได้แก่ :

1. Olympic Area ประกอบด้วยสนามกีฬาโอลิมปิก, โอลิมปิกฮอลล์ และหอคอยโอลิมปิก
2. Olympic Village เป็นหมู่บ้านนักกีฬา
3. Olympia-Pressestadt เป็นศูนย์ช็อปปิงสินค้าที่ระลึกของการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
3. Olympiapark อยู่ทางใต้ติดกับเขตโอลิมปิก ประกอบด้วยเขา และทะเลสาบ
 

ถ้ามาแวะเที่ยวที่นี่ เพื่อนๆจะได้เห็น หออโทรคมนาคม สูง 290 เมตร และสเตเดียมที่ทันสมัย ถ้าเพื่อนๆไม่กลัวความสูง สามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวชั้นบนสุดได้นะคะ รับลรองว่าวิวอลังการมากๆค่ะ 

 

  พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum) และ BMW Welt

พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ของประวัติศาสตร์ BMW ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1973 พื้นที่จัดแสดงอยู่ที่ 5,000 ตารางเมตรสำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิวัฒนาการของการสร้างยนตรกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกว่า 120 เรื่อง

อาคารรของพิพิธภัณฑ์ BMW Tower ก็มีความแปลกตา ซึ่งจะมีอาคารรูปทรงกระบอกสี่สูบที่มีเอกลักษณ์คล้ายกับเครื่องยนต์ และอาคารพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกออกแบบมาคล้ายกับถ้วยสีเงินขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า ‘Museum Bowl’ จึงดึงดูดให้เหล่าผู้ที่ชื่นชอบในความหรูหราของแบรนด์ BMW เข้ามาเยี่ยมชมปีละประมาณ 250,000 คนเลยทีเดียวค่ะ

BMW Welt หรือ BMW World เป็น "โลกแห่งยนตรกรรมของ BMW Group" ตั้งอยู่ใกล้กับ Olympic Park ตัวอาคารอยู่ใกล้อาคารสำนักงานใหญ่ของ BMW ในย่าน Am Riesenfeld ของมิวนิก ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปีค.ศ. 2003 อาคารนี้ถูกออกแบบโดยบริษัท Coop Himmelb(l)au โดยภายในมีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 800 กิโลวัตต์บนหลังคาของอาคารหลัก เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2007

ที่นี่เป็นศูนย์ประสานงานระหว่างลูกค้ากับศูนย์บริการ BMW ภายในมีทั้งโชว์รูมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของ BMW รุ่นปัจจุบันและอีกสองแบรนด์ของ BMW Group คือ Mini และ Rolls-Royce , ร้านอาหาร รวมถึงร้านขายของที่ระลึกของ BMW


  ร้านขาหมูเยอรมัน Haxnbauer

ร้านขาหมูเยอรมัน Haxnbauer im Scholastikahaus เป็นร้านอาหารเยอรมันเก่าแก่ของเมืองมิวนิกที่ต้องห้ามพลาด ตามที่เหล่านักนักท่องเที่ยว พอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากมาประเทศเยอรมนี แล้วไม่ได้ชิมขาหมูเยอรมัน ก็เหมือนมาไม่ถึง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 จึงถือว่าเป็นจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับนักชิมจากทั่วทุกมุมโลก 

ภายในร้านจะถูกตกแต่งด้วยบรรยากาศอบอุ่น เมนูยอดฮิตที่เกือบทุกโต๊ะต้องสั่งคงไม้พ้นขาหมูที่ถูกย่างบนถ่านไม้บีช จนหนังกรอกบนอกนุ่มใน ซึ่งขาหมูมีการหมักด้วยเกลือสมุนไพร (ลับ!) เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนย่าง จึงทำให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆเลยค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com