Romantik in Paris

384 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

Romantik in Paris

ปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน คำว่า “ปารีส” เป็นคำที่มาจากชื่อเผ่าหนึ่งของชาวโกล ที่รู้จักกันในนาม "ปารีซี" (Parisii) เป็นเมืองที่มีความสวยงาม และมีเสน่ห์ จนได้รับการขนานนามว่า "นครแห่งแสงไฟ" (La Ville-lumière) เพราะเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียน ความรู้ ทั้งยังหมายความว่าเป็นเมืองที่สว่างไสวเต็มไปด้วยแสงไฟ

ด้วยความที่เมืองนี้มีสถานปัตยกรรม และศิลปะที่สวยงาม จึงเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองแห่งแฟชั่น วัฒนธรรม และศิลปะ แถมยังเป็นเมืองสุดโรแมนติกติดอันดับต้นๆของโลกอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองปารีสมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

 

  หอไอเฟล (Eiffel)  

หอไอเฟล (Eiffel) เป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนสาธารณะช็องเดอมาร์ ใกล้กับแม่น้ำแซน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครๆต้องรู้จัก และต้องแวะมาเก็บภาพความประทับใจ เพราะหากมาปารีส แล้วไม่มีรูปคู่กับหอไอเฟลก็เหมือนมาไม่ถึง

หอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1887 โดยผู้ออกแบบหอคอยนี้คือกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิก และวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ชื่อของหอไอเฟลจึงถูกตั้งตามผู้ออกแบบเพื่อเป็นเกียรติ์แก้ผู้สร้างนั่นเองค่ะ หอไอเฟลถูกสร้างเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 มีความสูง 324 เมตร หรือสูงเท่ากับตึกประมาณ 81 ชั้น

หอไอเฟลนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วยล่ะค่ะ

 

  อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris)  

อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลของคริสตจักรโรมันคาทอลิก แห่งปารีส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์

อาสนวิหารแห่งนี้คาดว่าเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1163 ระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 สร้างแบบกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019 เกิดเหตุเพลิงไหม้อาสนวิหาร สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยไฟได้โหมไหม้ตรงด้านบนของอาสนวิหาร จึงทำให้บริเวณยอดแหลมของอาสนวิหารพังลง กระจกสีเกี่ยวกับเรื่องราวของพระเยซู และคริสต์ประวัติได้รับความเสียหาย แต่กางเขนและแท่นมิซซาที่อยู่ภายในไม่ได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าอาสนวิหารแห่งนี้จะปิดให้เข้าชม และอยู่ในช่วงของการบูรณะซ่อมแซม แต่การได้ไปชมใกล้ๆอาสนวิหารแห่งนี้สักครั้งเมื่อได้ไปเที่ยวปารีส ก็นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การมาเที่ยวแล้วล่ะค่ะ

 

  พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles)  

พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ถูกสร้างโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษานั้นพระองค์ทรงโปรดการล่าสัตว์เป็นอย่างมาก และเล็งเห็นว่าตำบลแวร์ซายเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงทรงให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน ค.ศ. 1624 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ

ต่อมาเมื่อพระองค์ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครอง จึงได้ให้มีการปรับปรุงพระตำหนัก ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า บาท และใช้เวลาปรับปรุงอยู่นานถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จ

ภายในมีทั้งหมด 700 ห้อง ภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักทั้งหมด 15,034 ชิ้นมีห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ซึ่งทุกห้องล้วนมีของประดับตกแต่งตระการตา ห้องที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งเคยใช้เป็นห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ด้วยความยิ่งใหญ่สวยงาม จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก

 

  มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre)  

มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre) เป็นโบสถ์และมหาวิหารรองในคริสตจักรโรมันคาทอลิกตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส หรือที่เรียกกันว่า "มงมาทร์ (Montmartre)"  มีความสูง 130 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู

มหาวิหารแห่งนี้เริ่มการก่อสร้างในปี ค.ศ.1875 ถูกออกแบบโดยโปล อะบาดี ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบแซนไทน์ (Romano-Byzantine) ประตูทางเข้าประกอบไปด้วยช่องโค้ง (ซุ้มประตู) 3 ช่อง ด้านบนประดับรูปสำริด ของนักบุญโยนออฟอาร์ค และนักบุญพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส โดยมีระฆังหนักกว่า 19 ตัน  หล่อในปีค.ศ.1895 ซึ่งเป็นระฆังโบราณอายุเก่าแก่กว่าร้อยปีให้ได้ชมด้วยค่ะ

นอกจากนี้ด้านบนยังเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของเมือง และเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “หัวใจอันศักดิ์สิทธิ์ของปารีส” เลยล่ะค่ะ

 

  พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre)   

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง แต่ในปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น เช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ซึ่งเป็นภาพที่เหล่านักท่องเที่ยวเกือบทุกคนใฝ่ฝันว่าจะต้องมาชมให้เห็นกับตาสักครั้ง

ด้านนอกพิพิธภัณฑ์มีพีระมิดแก้วออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน เพื่อใช้เป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ ดูแล้วมีเสน่ห์สุดๆค่ะ ในหนึ่งปีจะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกอีกด้วย

 

  จัตุรัสคองคอร์ด หรือ ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde)  

จัตุรัสคองคอร์ด หรือ ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde) เป็นจัตุรัสกลางกรุงปารีส สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 มีพื้นที่ทั้งหมด 86,400 ตารางเมตร เป็นสถานที่ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศสและพระนางมารี อ็องตัวแน็ตถูกประหารด้วยกิโยตีนในสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นความทรงจำทางประวัติศาสตร์การนองเลือดครั้งใหญ่ แต่ที่นี่ก็ยังเป็นที่ตั้งของประติมากรรมอันล้ำค่าอย่าง “เสาโอเบลิสก์” (L’Obélisque) ซึ่งทำมาจากหินแกรนิตทรงเหลี่ยม บนเสามีการจารึกเล่าเรื่องราวสมัยฟาร์โรห์รามเสสที่ 2 และสมัยรามเสสที่ 3 ด้วยตัวภาษาอียิปต์โบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปี วนยอดของเสาหินได้นำแผ่นทองมาปิดทับให้เกิดความสวยงามยิ่งใหญ่มากขึ้น

นอกจากนี้ที่นี่ยังมี ประติมากรรมน้ำพุ (Fontaine de Jacques Hirtoff) ที่พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิป โปรดให้สถาปนิก Jacques Hittoff สร้างขึ้น ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสแห่งนี้ เพื่อเสริมความวิจิตรงดงามให้กับทั่วทั้งบริเวณจัตุรัสให้เราได้ชมอีกด้วยนะคะ

 

  ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees)  

ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได ้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปล ูกเรียงราย คำว่า "ฌ็องเซลิเซ่" มาจากคำว่า "ทุ่งเอลิเซียม" จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส

ในปี ค.ศ. 1724 ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ถูกตัดเส้นทางให้เชื่อมต่อก ับจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล หรืออีกชื่อหนึ่งคือจัตุรัส แห่งดวงดาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของประตูชัย ฝรั่งเศสตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ถนนเส้นนี้ถือเป็นย่านการค้า มีทั้งโรงละคร ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านค้าอันหรูหราของเหล่าแบรนด์เนมต่างๆ แถมที่นี่ยังมีอัตราค่าเช่า ที่สูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพื้นที่ 1000 ตารางฟุต ซึ่งเป็นค่าเช่าที่แพงที่สุ ดในยุโรปเลยก็ว่าได้ค่ะ

 

Powered by MakeWebEasy.com