Iceland EP.1 ตอน เที่ยวไอซ์แลนด์ ไม่แพลนได้ไง?

183 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog Travel

Iceland EP.1 ตอน เที่ยวไอซ์แลนด์ ไม่แพลนได้ไง?

ไอซ์แลนด์ ประเทศในฝันของใครหลายๆคน รีวิวนี้นิวเจนส์จะพาเพื่อนๆบินลัดฟ้าที่ไอซ์แลนด์ แปลงร่างเป็น icelanders ไปล่าแสงเหนือ หรือจะไปชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน นั่งกินสเต็กเนื้อแกะร้อนๆที่เค้าเคลมว่าเป็นของ The best ของโลก

หลายๆคนคงยังไม่รู้ว่า 'เจ้าประเทศไอซ์แลนด์อยู่ตรงไหนของโลกใบนี้?!"

ไอซ์แลนด์ (Iceland) เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรแอคแลนติกเหนือ ระหว่างกรีนแลนด์ กับ นอร์เวย์ โดยมีเมืองหลวงที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด อย่าง เมืองเรคยาวิก (Reykjavik ) ประชากรไอซ์แลนด์มีเพียงสามแสนกว่าคน เรียกได้ว่าน้อยมากๆถ้าเทียบกับขนาดของเกาะ ทำให้เรียกได้ว่าคนไอซ์แลนด์เป็นของหายากเลยก็ว่าได้ เพราะน้อยนักที่จะเจอพวกเค้า

ประเทศนี้เต็มไปด้วยความน่ารักของสัตว์ที่ปล่อยตามธรรมชาติ ทุ่งมอสส์สีเขียวสุดหนานุ่ม และภูเขาไฟ เป็นประเทศที่ธรรมชาติงดงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัวจริงๆ

และหากใครที่มีแพลนอยากไปเที่ยวไอซ์แลนด์สักครั้งนึง
วันนี้นิวเจนส์ได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนไปไอซ์แลนด์ไว้ให้หมดแล้ว มาทำความรู้จักประเทศสุดน่ารักประเทศนี้กันได้เลย

ไปไอซ์แลนด์เดินทางยังไง?

ก่อนอื่นต้องมีวีซ่าไอซ์แลนด์ให้พร้อม เพื่อนๆท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า 'ไอซ์แลนด์ไม่มีสถานทูตในไทย ดังนั้นเพื่อนๆต้องไปขอวีซ่าที่ “เดนมาร์ก” เท่านั้น โดยมี VFS เป็นศูนย์รับเรื่องการในยื่นเอกสาร"

หากมีวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ต้องจองตั๋วเครื่องบิน แต่ต้องบอกก่อนว่าไอซ์แลนด์ ไม่มีบินตรง เราต้องต่อเครื่องเสมอ เราสามารถลงที่ Oslo, Norwayt หรือประเทศอื่นๆในแถบสแกน แล้วบินตรงลงที่ เมืองเรคยาวิค Reyjavik ประเทศไอซ์แลนด์ โดยสารการบินภายในประเทศมี 2 สาย คือ Icrland Air กับ Wow Air

ค่าเครื่อง บินจากไทยไปนอร์เวย์หรือแถบสแกนมีราคาตั้งแต่ 16,000 - 40,000 บาท
ส่วนค่าเครื่องบินลงที่ไอซ์แลนด์จะราคาตั้งแต่ 4,000 - 7,000 บาทขึ้นอยู่กับการวางแผนของเรา

และหากเดินทางในไอซ์แลนด์แนะนำว่าให้เช่ารถจะคุ้มที่สุด ไม่แนะนำให้นั่งแท็กซี่เพราะแท็กซี่ที่นู้นแพงมาก ราคาค่าเช่ารถจะเริ่มต้นที่ 3,000 - 5,000 บาท

ส่วนถ้าเลือกจะเช่ารถต้องมีใบขับขี่สากลและอย่าลืมทำประกันด้วยนะ หากเกิดอุบัติเหตุอาจล้มละลายได้เพราะแพงเหลือเกินจ้าแม่ โดยเราแนะนำให้ทำประกันแบบแพงที่สุด ราคาจะตกอยู่ที่วันละ 1,500 บาท ซึ่งแพลนนี้จะคุ้มครองได้ดีที่สุดและประหยัดเวลาได้มากที่สุดค่ะ

ถนนหนทางไม่ใช่ปัญหา ค่อนข้างขับง่ายเลยทีเดียว เพราะถนนนอกเมืองคือโล่งมาก นานๆจะมีรถยนต์ผ่านสักคัน เรียกได้ว่าขับสบายสุดๆ แต่ก็ยังมีกฎระเบียบอยู่บ้าง เช่น

การจำกัดความเร็วมาตรฐานในไอซ์แลนด์:

50 กม./ชม. (31 ไมล์/ชม.) สำหรับเขตเมือง
80 กม./ชม. (49 ไมล์/ชม.) สำหรับถนนลูกรัง
90 กม./ชม. (55 ไมล์/ชม.) สำหรับถนนลาดยางทั่วไป

และการเติมน้ำมัน สามารถจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิต เงินสด และบัตรเติมน้ำมัน ซึ่งบัตรเติมน้ำมันต้องมีในกรณีที่เราต้องเติมน้ำมันด้วยตัวเอง เนื่องจากการกระจายตัวของประชากรชาวไอซ์แลนด์ยังไม่มาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ต้องเติมน้ำมันเอง เราสามารถซื้อได้ที่ปั๊มน้ำมันที่มีพนักงานให้บริการ บัตรเติมน้ำมัน (Prepaid Card) จะมีให้เลือกหลายหลายราคาตั้งแต่ 3,000 5,000 และ 10,000 ikr

คือใช้ก็เหมือนบัตรเครดิตเลย คือ รูด เลือกหัวจ่าย เติมน้ำมัน วางหัวจ่ายคืน มันจะหักเงินอัตโนมัติ แล้วกดพิมพ์ใบเสร็จก็เป็นอันจบ ราคาน้ำมันที่ไอซ์แลนด์ในปัจจุบันอย่างเบนซิลจะตกลิตรละ 205.00 - 235.00 ISK และดีเซลจะอยู่ที่ลิตรละ 225.60 ISK จ้า

การแลกเงิน

ราแนะนำให้แลกเป็นเงิน EURO จากเมืองไทยก่อน
แล้วไปแลกเงินสกุล (Icelandic Krona: โครนาไอซ์แลนด์) ตัวย่อ “ISK” ที่สนามบินไอซ์แลนด์ Keflavík International Airport

แต่จริงๆแล้วประเทศแถบสแกนเค้านิยมจ่ายเป็นบัตรเครดิตแทนเงินสดกันทั้งนั้น เช่นเติมน้ำมัน ที่พัก ร้านอาหาร ดังนั้นแค่แลกเงินให้เพียงพอสำหรับซื้อของจุ๊กจิกแค่นั้นก็พอค่า

เที่ยวไอซ์แลนด์ควรมาตอนไหนดี?

อย่างแรกเราต้องลิตส์ก่อนว่ามาไอซ์แลนด์แล้วอยากทำอะไร?

อยากล่าแสงเหนือก็มาช่วงวินเทอร์หรืออยากสัมผัสกับ midnight sun ก็ต้องมาช่วงซัมเมอร์ ก็ขึ้นกับความต้องการของเรา ว่าอยากทำกิจกรรมอะไรมากกว่า ส่วนใหญ่ที่เค้าฮิตไปไอซ์แลนด์ก็ตอนหน้าหนาว และช่วงเกือบฤดูใบไม้ผลิและที่ฮอตที่สุดก็ต้องเป็นช่วงซัมเมอร์

ฤดูในแต่ละฤดูในไอซ์แลนด์เป็นยังไงบ้าง?

ช่วง Spring ประมาณกลางเดือนเมษา - พฤษภาคม อากาศจะกำลังเย็นสบายอยู่ที่ประมาณ 0-10 องศา เป็นช่วงที่ยังมีหิมะตามยอด เขา ต้นไม้และดอกไม้เริ่มผลิบานและค่าที่พักยังไม่ค่อยแพงเท่าไหร่ด้วย

ส่วนช่วงซัมเมอร์ (Summer) เป็นช่วงที่อะไรๆก็ดูสวยไปหมด อากาศดีและสดใสมากที่สุด เป็นช่วงที่กลางวันยาวและจะยาวที่สุดวันที่ 20 มิถุนายน 2020 ใครที่อยากสัมผัสกับ Midnight sun หรืออยากจะเห็นนกพัฟฟินส์ที่บอกเลยว่าหายากมาก หากโชคดีหน่อยก็จะได้มีโอกาสเห็นเจ้านกตามที่พักและป่าด้วยนะ

ช่วงซัมเมอร์จะเริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายน - ปลายกันยา
บอกไว้ก่อนเลยนะ ช่วงนี้เป็นช่วง high season ซึ่งอะไรๆก็จะแพงไปหมด ทั้งค่าที่พัก อาหาร เตรียมเงินไว้เยอะๆเลยถ้าจะมาช่วงนี้ 5555

ต่อมาคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) จะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม - ตุลาคม
อากาศช่วงนี้จะเย็นสบายประมาณ 0-10 องศา พวกเธอจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี หรืออยากเก็บเบอร์รี่ต้องมาฤดูนี้เลย แถมค่าที่พักยังถูกกว่าช่วงซัมเมอร์นิดหน่อย นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะมากด้วย และยังมีโอกาสเห็นแสงเหนือด้วยนะในช่วงประมาณปลายเดือนกันยา

และสำหรับใครที่อยากเล่นสกี น้ำแข็ง หรือสโนว์โมบิลตก็ต้องมาช่วงวินเทอร์ เป็นโอกาสที่ดีเลยนะคะที่จะล่าแสงเหนือ แต่ข้อเสียของฤดูนี้ก็มี คือกลางวันสั้นและมืดเร็วมาก สถานที่บางสถานที่ก็อาจจะปิดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ช่วงวินเทอร์ (Winter) จะอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม - ปลายเดือนมีนาคม อากาศจะอยู่ที่ประมาณ -5 - 5C คือถ้าคิดจะมาเที่ยวช่วงนี้ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม ไม่งั้นแข็งตายแน่ๆ55555

ไอซ์แลนด์ อากาศจอมเอาแต่ใจ

อากาศที่ไอซ์แลนด์นี่ช่างเข้าใจยากเหมือนผู้หญิงวัยละอ่อนจริงๆ เพราะไอซ์แลนด์เนี่ยอากาศแปรปรวนสุดขีดและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ภายใน 1 วัน สามารถมีครบทุกฤดูเลยทีเดียว มีทั้งฝนตก แดดออก เมฆครึ้ม ลมแรง ถ้าโชคร้ายหน่อยอาจจะเจอลูกเห็บจนไปถึงหิมะตกเลยนะ ซึ่งคนไอซ์แลนด์เค้ารู้และเข้าใจดี ถึงมีมุกเรื่องอากาศพูดกันจนเป็นมุขขำๆว่า 

'If you don’t like the weather, just wait 5 minutes'
คือ ถ้าไม่ชอบอากาศ(ตอนนี้) ก็รออีกสัก5นาที (เดี๋ยวก็เปลี่ยน) 555

จริงๆแล้วอากาศก็ไม่ได้เปลี่ยนเร็วขนาดนั้นแต่มันสามารถเข้าใจได้ทันทีเลยนะว่า อากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงบ่อยมากจริงๆ

 

 คนไอซ์แลนด์ใช้ภาษาอะไร?

  ถึงแม้ว่าภาษาทางราชการของไอซ์แลนด์คือ ไอซ์แลนดิก แต่ Don’t      

  worry เพราะคนไอซ์แลนด์พูดภาษาอังกฤษได้สบายเลย

 

 

อาหารไอซ์แลนด์อร่อยนะซิส

ใครจะคิดว่าไอซ์แลนด์เมืองที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่และพื้นที่เพาะปลูกน้อยมาก จะมีอาหารอร่อยแบบไม่น่าเชื่อ และของทุกอย่างคือดีทั้งนั้น ถึงแม้ราคาจะแพงหูฉีกแต่รับประกันเลยว่าไปไอซ์แลนด์ไม่อดตายแน่ๆ

มาไอซ์แลนด์ต้องลองกินอะไรมั้ง?

skyr หรือสเกียร์ เป็นซอฟชีสไขมันต่ำมาก เพราะทำจากนมพร่องมันเนย คือกินแล้วไม่อ้วนแน่นอน หน้าตาของเขาจะคล้ายๆโยเกิร์ตระดับความหวานจะต่างกันหน่อยนะ ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน เป็นอาหารที่คนไอซ์แลนด์กินได้ทั้งวัน แถมมีประโยชน์อีกด้วย เอาไปปรุงอาหารคาว ทำซ้อสจิ้ม เอาไปทำขนมหวาน ขนมเค้ก ไอศครีม เรียกได้ว่าอยู่ในทุกสิ่ง ส่วนใหญ่มักกินเจ้าสเกียร์กับเบอรี่ ฟินสุดๆ

เหตุที่ต้องกินก็เพราะ เจ้าสเกียร์ เขาหาซื้อง่าย มีขายแทบทุกซุปเปอร์มาร์เก็ตและปั้มน้ำมัน
- เป็นอาหารที่ราคาถูก ถือว่าถูกมากถ้าเทียบกับอาหารอื่นๆ
- เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ กินแล้วผอม
- แถมยังเป็นอาหารดั้งเดิมที่ ผลิตมามากกว่าพันปี (OMG)

มาต่อที่ Icelandic hot dog หรือ Pylsur หนึ่งในอาหารสุดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวไอซ์แลนด์ หน้าตาก็เหมือนฮ็อทดอกที่เราเคยกินนั่นแหละ แต่ความพิเศษจะอยู่ที่ไส้กรอกจะผสมเนื้อแกะ หู้ยยยยยย แค่คิดตามก็น้ำลายไหลแล้วว

Icelandic hot dog มีร้านดังที่อยากแนะนำใน Reykjavik ชื่อว่า Bæjarins Beztu (แปลว่า best in town) ถึงขนาดที่ อดีตประธานธิบดีบิล คลินตันเคยมากิน ณ ปัจจุบันยังมีรูปถ่ายโชว์เป็นที่ระลึกอยู่เลย ร้านนี้คือเขาฮอตที่สุดในไอซ์แลนด์เพราะราคาถูก คนเยอะมากๆ แต่ถ้าขี้เกียจรอก็ซื้อร้าน อื่นได้ คือรสชาติก็ไม่ได้ต่างกันมาก

ปิดท้ายด้วย เนื้อแกะ เป็นสิ่งที่ชาวไอซ์แลนด์เค้า recommend และภูมิใจสุดๆ เพราะเค้าเชื่อว่าเนื้อแกะคุณภาพดีที่สุดในโลก เพราะเค้าปล่อยเลี้ยงอยู่กับธรรมชาติ กินหญ้าตามข้างทาง ปลอดสารเคมี เป็นเนื้อออแกนิคที่แท้ทรู สำหรับประเทศนี้เมนูเนื้อแกะมีในร้านอาหารและหากินได้ง่ายกว่าเนื้อวัวสะอีก มีเมนูเนื้อแกะให้เลือกมากมายทั้งสเต็กเนื้อแกะ หรือแม้แต่ซุป เอาหัวเป็นประกันเลยว่าดีงาม เนื้อนุ่มมากกกก และยังไม่มีกลิ่นสาบด้วยนะ

Thanks for awesome picture : http://lambakjot.is/ heim.aspx

นอกจากนี้ยังมีอาหารแปลกในไอซ์แลนด์อย่าง หัวแกะ

ต้องบอกก่อนว่าในสมัยก่อนที่คนไอซ์แลนด์ต้องกินส่วนหัว ของแกะ เพราะว่าในอดีตค่อนข้างจะยากจน เลยต้องกินทุกส่วนของแกะให้มากที่สุด แต่ในปัจจุบันนี้ชาวไอซ์แลนด์ไม่ค่อยกินกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็เอาใจนักท่องเที่ยวนั้นแหละ ให้ได้ลองอาหารแปลก

มาต่อที่ เนื้อฉลามหมัก Hákarl เป็นอาหารที่ได้รับการเคลมว่าเป็นอาหารที่ “กลิ่นเหม็นที่สุดในโลก”

ภาพในหัวเราคงคิดว่าต้องเหมือนปลาร้าบ้านเราแน่ๆ แต่โนว์ค่ะ!!
ฉลามเน่า เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวไอซ์แลนด์ที่ทำจาก เนื้อปลาฉลามกรีนแลนด์(Greenland shark) หรือไม่ก็ทำจากฉลามบาสกิ้น(Basking shark) โดยเนื้อฉลามเน่าจะถูกเสิร์ฟมาเป็นส่วนหนึ่งในจานของเมนูอาหารที่เรียกว่า orramatur (เป็นเมนูอาหารที่จะประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ปลาที่ถูกถนอมไว้ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม กับ ขนนปัง เนย และเหล้า akvavit) เป็นวีธีการถนอมอาหารสูตรพิเศษของชาวไอซ์แลนด์ ที่ทำให้เนื้อปลามีกลิ่นคล้าย แอมโมเนีย

เจ้านกพัฟฟิน
หลายๆคนคงสงสัย ทำไมนกตัวน้อยสุดน่ารักๆถึง กลายมาเป็นอาหารด้วยเหรอ จริงๆแล้ว พัฟฟินถือเป็นอาหารประจำอย่างหนึ่งของไอซ์แลนด์ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของพัฟฟินรมควัน รสจะเค็มๆกินกับซอสผลไม้
เปรี้ยวๆ ต้องลองค่ะ

ปิดท้ายด้วย Brennivín เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่ม ซิกเนเจอร์ของไอซ์แลนด์เลยทีเดียว มีลักษณะคล้ายวอดก้า รสชาติไม่หวานแต่แรงมากแม่ ใครคอไม่แข็งรับรองเลยว่ามี น๊อค 5555

ถ้าอยากหาสเบียงตุนไว้ก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ หลายแห่งเลย และของมีให้เลือกเพียบครบทุกอย่าง ราคาไม่แพง เช่น Krónan, Netto, Bónus, Kjörbúðin มีทั้งของอุปโภคบริโภควัตถุดิบ อุปกรณ์ในการปรุงอาหาร ของฝาก ขนมขบเคี้ยวที่ทานในรถ ช็อกโกแลต น้ำผลไม้ค่ะ

ลิสต์ของที่ต้องเตรียม
1. ข้าวสาร น้ำพริก ซอสปรุงรส และอาหารสำเร็จรูปอย่างมาม่า
2. ขวดน้ำ
3. ชุดว่ายน้ำ หรือกางเกงว่ายน้ำสำหรับแช่น้ำ
4. ใบขับขี่ตัวจริง (เตรียมเผื่อไว้)
5. อุปกรณ์-เสื้อกันหนาวแบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเสื้อแขนยาวหนาๆสักตัวสองตัว
6. ยารักษาโรค ใครมีโรคประจำตัวอย่าลืมยากันฉุกเฉินด้วยน้า
7. สุดท้ายและท้ายสุด ก็ต้องเป็นกล้อง เคลียเมมกล้องให้ว่างไปถ่ายรูปแบบจุกๆเลย

ข้อควรรู้ก่อนไปไอซ์แลนด์

1. อย่างที่เคยบอกว่า มาไอซ์แลนด์ต้องเตรียมกระติกน้ำ เพราะน้ำในไอซ์แลนด์ คือ The best of the world คือรสชาติอร่อยมากกกก หิวน้ำเมื่อไหร่ก็ตักกินข้างทางได้เลย
2. สถานที่แต่ละสถานที่ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์อยู่ห่างกันมาก ดังนั้นเผื่อเวลาและเช็คสภาพอากาศให้ดีๆด้วย
3. ต้นไม้ในไอซ์แลนด์คือน้อยมาก มีแต่ทุ่งมอสส์หนานุ่มทั่วทั้งเกาะ
4. ไอซ์แลนด์ ประเทศที่ไม่มียุง
5. คนไอซ์แลนด์เชื่อเรื่อง elves มากๆ พวกเขาจะมีเรื่องเล่ามากมาย ถึงขนาดมีคอร์สในวิชาเรียนของเด็กๆเกี่ยวกับเอฟล์
6. ชาวไอซ์แลนด์ รักการอ่าน เชื่อหรือไม่ว่า? ชาวไอซ์แลนด์อ่านหนังสือเยอะมาก ถึงขนาดที่ว่ามีหนังสือที่เกิดจากนักอ่านถึงปีละ 1 เล่ม
7. ชาวไอซ์ ผู้ไร้นามสกุล โดยชาวไอซ์แลนด์จะนำชื่อของพ่อเป็นนามสกุลแทน
8. ไปไอซ์แลนด์ No trip นะจ้ะ เพราะเค้ารวมราคาทุกอย่างไว้ให้หมดแล่้ว หรือถ้าใครใจดีจะให้ก็ได้ แล้วแต่เลย
9. ไอซ์แลนด์ ไม่มี Mcdonal ใครอยากกินแมคที่นู้นต้องอดใจกลับมากินที่ไทยเด้อ
10. ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศไม่มีทหารแต่อาชญกรรมน้อยที่สุดเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงมากทีเดียว


เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ อ่านจนจบก็อยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวไอซ์แลนด์แล้วใช่มั้ยคะ?

ถ้าเที่ยวเองแล้วกลัววุ่นวายใจ มาร่วมเดินทางกับเราได้นะ เราเอาหัวเป็นประกันเลยว่าเพื่อนๆจะฟินมากแน่ๆ

สนใจร่วมทริปกับเรา หรือสอบถามเพิ่มเติมทักไลน์มาได้เลย
Add Line : @ newgenstravel (มี@ข้างหน้า) หรือแสกนคิวอาร์โค้ดที่เว็บไซท์ได้เลยค่าาา 

Powered by MakeWebEasy.com