#เลห์ลาดัก มารักกันมั้ย กับจุดเช็คอินฮิตๆต้องไปสัมผัสสักครั้ง

151 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

#เลห์ลาดัก มารักกันมั้ย กับจุดเช็คอินฮิตๆต้องไปสัมผัสสักครั้ง

วาเลนไทน์นี้ใครที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน อยากหาที่เที่ยวฟินๆกับแฟน สัมผัสอากาศเย็นสบาย และงบสบายกระเป๋า
ต้องลองมาดินแดนทิเบตน้อยของอินเดียอย่าง “เลห์ ดาลัก” สักครั้ง ต้องบอกเลยว่ามันฟินมากแกกกกกก

หลายๆความเชื่อที่อินเดียไม่ดีอย่างงั้นไม่ดีอย่างงี้
ถ้าได้ลองมาเที่ยวสักครั้ง จะลืมคำเหล่านั้นออกไปหมดและจะเก็บความทรงจำดีๆเข้าไปแทน
ผู้คนที่ไม่เจ้าเลห์ ธรรมชาตินี้มันเลห์ดาลักจริงๆ

วันนี้นิวเจนส์จะมาสรุปจบแบบย่อยับๆ ข้อควรรู้และจุดเช็คอินสุดฮิต #ฉบับคนขี้เกียจอ่านเยอะ แล้วมาหลงรักเลห์ลาดักไปพร้อมๆกัน

เลห์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย เป็นเมืองเล็กๆที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย เรียกกันว่า ทิเบตน้อย (Little Tibet) วัฒนธรรมส่วนใหญ่มาจากเทือกเขาทิเบตเกือบทั้งหมด

    ข้อควรรู้ก่อนไป “เลห์ ดาลัก”

1. ต้องขอวีซ่าอินเดียก่อน ค่าธรรมเนียมสถานทูต
เอกสารจะเหมือนๆกับเชงเก้นเลย แค่เตรียมเอกสารกับเงินไปให้พร้อมอะไรๆก็ง่ายไปหมด
2. ต้องบอกก่อนว่าเลห์ตั้งอยู่ สูงมากกกก ดังนั้นอาจเกิดอาการแพ้ความสูงได้ ซึ่งเกิดจากการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องไปพบหมอแล้วบอกหมอว่า “จะไปที่สูงมากๆ” หมอก็จะตรวจร่างกาย จ่ายยาปรับสภาพมาให้
3. ค่าเงินของเลห์ เป็นสกุลเงิน “รูปี” ก็ประมาณ 0.44 บาทไทย 
4. ควรพกสเปย์หรือน้ำเกลือเอาไว้ล้างจมูกด้วยจะดีมาก เพราะอากาศที่นั้นจะแห้ง แสบจมูกมาก ฝุ่นคือน่าจะเท่าๆบ้านเราหรือมากกว่าได้เลยแหละ หรือถ้าพกผ้าปิดปากมาได้ยิ่ งดีค่ะ
5. สำหรับอาหารการกิน คือถ้าใครติดรสชาติอาหารไทย คือแย่หน่อย เพราะอาหารที่นี่จะเป็นอาหารอินเดียดั้งเดิม มังสวิรัติเกือบทั้งหมด ตุนมาม่า น้ำพริกมาให้พร้อม มาที่นี่อาจผอมได้เลยนะ เพราะกินไรไม่ได้เลย 5555
6. ส่วนใครที่ผิวแห้งค่อนข้างมาก อย่าลืมพกครีมและลิปมันไปด้วย อากาศมันแห้งมากจริงๆ
7. ส่วนใครที่คิดหนีจากโซเชียล ปีกวิเวก คือมาถูกที่แล้ว เพราะอะไรหรอ! เน็ตที่นี่ไม่ค่อยมีนะสิ ถึงมีแต่ค่อนข้างช้ามาก ถ้าอยากได้เน็ตดีๆก็ต้องรอไปเล่นในที่พักเอาค่ะ555555
8. เรื่องอากาศบอกเลยว่าหนาวโคตร คือขนาดไม่ใช่หน้าหนาวคือจะ ก็หนาวมากแล้ว ต้องพกเสื้อแขนยาวหนาๆไปด้ว ยนะ ถึงแม้อากาศแบบสวิตงี้ หวังจะขาวแบบฝรั่งบอกเลย ฝัน!! แดดเรื้อรังมากแม่ ใครมีครีมกันแดดสัก SPF++++ ต้องขนมาให้หมด อากาศที่นี่หนาวก็จริง แต่แดดก็แรงทวีคูณเลยแม่จ้าา
9. วิวที่นี่สุดจริง หาที่เทียบไม่ได้เลย มีสไตล์เฉพาะตัวจริงๆ
10. คนที่นี่เฟรนลี่มาก น่ารักสุดๆ ไม่ได้น่ากลัวแบบที่เราคิดไว้เลย
11. ชาวอินเดียใช้ภาษาฮินดี และ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ลาดักห์ยังมีภาษาท้องถิ่นของตัวเองด้วย เรียกว่าลาดักคี(Ladakhi)

เมื่อรู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาแล้ว ไปต่อที่จุดเช็คอินในเลห์ลา ดักกันเลยยยยยยยย

 

จุดเช็คอินแรก

    พระราชวังเลห์ Leh Palace

เคลมเลยว่าที่นี่จะเป็นจุดท่องเที่ยวแรกที่คนมักจะมาเที่ยวเมื่อมาถึงเลห์ เป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่าโคตรเหมาะสำหรับการปรับตัวบนที่สูงมากๆ นอกจากวิวที่นี้จะสวยมากแล้ว ประวัติศาสตร์ก็เยอะมากเช่นกัน ด้านในจะมีงานศิลปะในเสพหลงเหลืออยู่บ้าง ส่วนด้านล่างจะจัดเป็นนิทรรศการภาพถ่ายที่สำคัญของอินเดีย

จุดเด่นเลยคือวิวด้านหลังแบบว่า โคตรว้าววววว มีฉากหลังเป็นภูเขารอบๆพระราชวัง คือฟินมากจริงๆ เหมาะมากที่จะพาคนที่รักมาเที่ยวที่นี่สักครั้ง

 
เช็คอินจุดที่ 2 : 
    Indus & Zanskar Rivers


เป็นจุดที่แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซัสการ์ไหลมาบรรจบกัน (เมื่อดั่งฉันได้พบเธอ555555) อาจดูธรรมดา แต่เชื่อเหอะว่าต้องลองไปสักครั้ง

เช็คอินจุดที่ 3 :

Zanskar Valley

หุบเขาลับแห่งเลห์ลาดัก เพราะถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยที่สูงเสียดฟ้าขวางกั้นด้วยแม่น้ำไหลเชี่ยว

หุบเขาซันสการ์มีภูมิประเทศที่แปลกตา เพราะเป็นภูเขาแห้งแล้ง ภูเขาหิมะ ตามพื้นดินถูกแต่งเติมด้วยดอกหญ้า ดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งในช่วงเช้าและเย็นจะเห็นตัวมาร์มอตออกมาอาบแดดและหาอาหารกิน นอกจากนี้ยังเป็นที่ๆรู้จักกันดีเกี่ยวกับทิวทัศน์ที่สวยงามและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาทำกิจกรรม Adventure กัน ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักเดิน ป่า ล่องแพ หรือการเล่นเครื่องร่อน แต่หุบเขาถูกปิดในช่วงวินเทอร์เนื่องจากถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะสภาพอากาศไม่ดีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

เช็คอินจุดที่ 4 :

Basgo monastery

ไปอึ้งกันต่อกับอารามโบราณที่ทิเบต ที่ต้องบอกเลยว่าสวยมาก

ถ้าใครชอบดูสถาปัตยกรรมสวยๆ ต้องยิ้มแก้มปริเลยแหละ ยิ่งมีธงมนต์หลากสีโบกสะบัดไปมา ยิ่งทำให้ที่นี้ยิ่งสวยกว่าเดิมอีก ดูขลังแล้วก็ลึกลับมากขึ้นไป

เช็คอินจุดที่ 5 :
 
Hemis Monastery
 

วัดเฮมิส เป็นวัดที่เค้าว่ากันว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเลห์ และยังเป็นวัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีอีกด้วย ถึงแม้ลาดักจะผ่านสงครามมามาก แต่เพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลหายาก ทำให้เก็บรักษาวัตถุโบราณได้ เป็นอย่างดี

เช็คอินจุดที่ 6 :

White Sand Dune(Hunder), Nubra Valley

ได้เวลาขี่อูฐแล้ววววววววววววว!!!


หุบเขานูบรา เป็นหุบเขาที่ธรรมชาติครบมากสำหรับเรา เป็นหุบเขาแห่งดอกไม้ แหล่งปลูก Apricot และผลไม้ต่างๆในเลห์ โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัยและเทียกเขาคาราโครัม มีทั้งทุ่งหญ้า ทะเลทราย หุบเขา เราชอบที่นี่มากจริงๆ

นอกจากนั้นยังมีน้องอูฐน่าตาน่ารักน่าเอ็นดู ตาใสแจ๋ว ถ้าเพื่อนๆสนใจอยากขี่น้องอูฐคือต้องเสียค่าผ่านทางเข้าทะเลทรายนิดหน่อย แล้วไปติดต่อขอขี่น้องอูฐ ราคาก็ว่ากันไปจ้าา

เช็คอินจุดที่ 7 :

Pangong Lake

ทะเลสาบปันกองเป็นทะเลสาบที่พีคสำหรับเรามาก น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าคราม ยังเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 4320 เมตรจากระดับน้ำทะเลเลยแหละ (สูงสุดๆเลยใช่ไหมละคะ?!)

ยังไม่พอ!! ทะเลสาบที่นี่สวยมากกกกก อย่างกับภาพวาด ทั้งรายล้อมไปด้วยหุบเขาสูงใหญ่และน้ำในทะเลสาบที่ไล่ระดับสีตามอุณภูมิของแสงแดด ถ้าแดดจ้าๆบอกเลยว่าน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าคราบ ตัดกับภูเขาด้านหลัง ฟินมากกกก ส่วนใครอยากค้างคืน เพื่อชมพระอาทิตย์ตกแบบจุกๆ ที่นี่เค้าก็มีกระโจมริมทะเลสาบให้พัก มีดาวให้มองนับล้านดวง (เว่อร์อีกแล้ววววววว)


ปักมุดไว้เลยว่า ถ้ามาที่เลห์ต้องมาที่นี่ให้ได้ เราเอาหัวเป็นประกันเลยว่าสวยจริง ได้รูปกลับบ้านไปเป็นล้านแน่ๆ

 

Powered by MakeWebEasy.com