ฤดูหนาวที่ซาปา “สวิสเซอร์แลนด์แห่งเวียดนาม”

122 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

ฤดูหนาวที่ซาปา  “สวิสเซอร์แลนด์แห่งเวียดนาม”

  ลาลันลาลันลา...ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป...  ไปดูทะเลหมอกที่ซาปากัน  ก่อนอื่นเราจะพาไปรู้จักกับเมืองซาปากัน  ซาปา เป็นเมืองอยู่เขตจังหวัดลาวไค  เป็นเมืองแห่งธรรมชาติที่สวยงาม  และ บรรยากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเมืองซาปาตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,650 เมตร  ของ ประเทศเวียดนามทางตอนเหนือนั้นเอง  และเราจะ พาไปสัมผัสกลิ่นไอทะเลหมอกในรุ่งเช้า และชมวิวนาขั้นบันไดในยามสาย และ ลุยต่อสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เราต้องไปเช็คอินกัน ใครอยากไปแล้วยกมือขึ้น....งั้นไปกันเลย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเวียดนามเหนือ
  • สำหรับคนไทยไม่ต้องขอวีซ่าแค่ทำพาปอร์ตไทยก็ไปได้เลย
  • การแลกเงิน ใช้สกุลเงินด่ง หรือ ดองเวียดนาม เราควรแลกเงินไปก่อนเท่าที่ใช้ และ แลกเงิน USD สำรองไปจะดี
  • เวียดนามใช้หัวปลั๊กแบบเดียวกับประเทศไทยบ้านเรา
  • ซิมการ์ดสำหรับใช้ Internet ขอแนะนำยี่ห้อ Viettel สัญญาณดีที่สุด หาซื้อได้ทีสนามบินฮานอย
  • ช่วงหน้าหนาวที่เวียดนามนั้นก็จะเป็นช่วง High Season  (แนะนำช่วง ธันวาคม-กุมภาพันธ์) 

 การเดินทางไปซาปา

1.   บินตรงจากกรุงเทพ - ฮานอย ประมาณ 2 ชั่วโมงโดยสายการบินต่างๆ เลือกโปรราคาตามใจชอบ

2. ไปเมืองหล่าวกาย ด้วย 2 วิธี คือ รถบัส และ รถไฟ

  •   รถบัส เนื่องจากทางด่วนเสร็จแล้วนั่งประมาณ 5 ชั่วโมง ถึง เมืองหล่าวกาย
  •   รถไฟ แนะนำถ้ามาทางนี้ เป็นรถไฟนอน ประมาณ 8 ชั่วโมง จองรอบดึก ประมาณ 4 ทุ่มกำลังดี เพราะจะไปถึงเมืองหล่าวกายประมาณ 6โมงเช้า เช็คเที่ยวรถไฟและจองตั๋วออนไลน์ก่อนได้ที่นี้ https://www.traintosapa.com/

3. พอถึงสถานีรถไฟหล่าวกายแล้วเราก็ต่อรถตู้ หรือ มินิบัส    ไปยังซาปาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง รถจะจอดส่งเราที่บริเวณโบสถ์ Sapa Stone Church  เสร็จแล้วเราก็ลุยกันเลย สถานที่สุดชิคมีที่ใดบาง ถ้าไม่ไป เหมือนไปไม่ถึงซาปามาดูกัน...


โบสถ์ Sapa Stone Church หรือ The Ancient Stone Church

โบสถ์ Sapa Stone Church ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ และเป็นโบสถ์หินหลักที่สำคัญของเมือง สร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1895 ใช้เข้าร่วมพิธีมิสซา ของชาวคาทอลิก ในปัจจุบัน และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี้ทุกคนจะ ต้อง เช็คอิน ปัก หมุด และถ่ายรูปกัน เป็นจำนวนมาก

 

 
 
ยอดเขาฟานซิปัน (Fansipan)

ยอดเขาฟานซิปัน สมกับฉายา หลังคาแห่งอินโดจีน เพราะยอดเขานี้สูงถึง 3,143 เมตร จะมีสัญลักษณ์เป็น พีระมิดที่ทำจากสแตนเลส ตั้งไว้บนกลุ่มหิน และการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาฟานซิปันจะใช้การนั่งกระเช้าไฟฟ้า ขนาดใหญ่ เป็นกระเช้าแบบสามสายแบบไม่หยุดพักที่ยาวที่สุดในโลก สามารถถ่ายภาพวิวสวยๆตลอดทางได้เต็มรอบทิศทาง  ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีก็ขึ้นไปถึงยอดเขา
 
 
 
 
 
หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village)
 
หมู่บ้านกั๊ตกั๊ตเป็นหมู่บ้านชาวม้งดำ ซึ้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซาปาประมาณ 2-3 กิโลเมตร มีการเก็บค่าเข้าชมเพื่อนำไปบำรุงหมู่บ้าน อยู่ที่ 70,000 ดอง หรือ 100 บาทโดยประมาณ การเดินทางในหมู่บ้านตลอดเส้นในเยี่ยมชมภายในและสถานที่ต่างประมาณ 2 กิโลเมตร 
 
 
 
 
 น้ำตกซิลเวอร์  Silver Waterfall
 
น้ำตกซิลเวอร์(Silver Waterfall) หรือน้ำตกสีเงิน เป็นจุดแวะระหว่างทางอยู่ริมถนนทางโค้งที่จะไปทางไปเมืองไลโจว จะมองเห็นความสวยงามได้ชัดเจนตั้งแต่ไกล  เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 100 เมตร จุดที่นิยมถ่ายรูปกันคือ จุดบนสะพานที่ทอดข้ามสายน้ำตกที่ไหลเลาะลงมาจากหน้าผาหิน สามารถเดินต่อขึ้นบันไดไป ชั้นบนของน้ำตกได้
แต่มีค่าเข้าชม 30,000 ดอง  หรือ ประมาณ 40บาทไทย 
 
 
 
ตรามตอนพาส (Tram Ton Pass)
ตรามตอนพาส (Tram Ton Pass) เป็นจุดชมวิวสูงสุดของเมืองซาปา บนยอดเขาฟานซิปัน (Fan Si Pan) ด้วยความสูง 1,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดนี้จะมองเห็นภูเขาและนาข้าวเรียงรายเป็นแนวไปจนสุดสายตา รอบๆภูเขาจะเห็นถนนเป็นเส้นคดเคี้ยวเมื่อมองจากระยะไกล
 
 
 
 
สะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May) 

สะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May) เป็นสะพานแก้วใส่ที่แรกในเวียดนาม   เหมาะสำหรับคนที่ชอบท้าทายความสูง  ซึ้งความสูงของสะพานนี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร  สามารถรับน้ำหนักได้ 3,000 คนในเวลาเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยเขาอนุญาตให้อยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 500 คนเท่านั้นในเวลาเดียวกัน บนสะพานนี้เราจะได้ชมทัศนียภาพของเส้นทาง O Quy Ho Pass และเทือกเขา Hoang Lien Son จากมุมสูงและมียังลิฟต์แก้วกลางแจ้งสูงประมาณ 300 เมตรด้วย  การเดินทางจากซาปาไปประมาณ 20 กิโลเมตร ค่าเข้าลิฟต์และสะพาน สำหรับผู้ใหญ่ราคา 400,000 ดอง (ประมาณ500บาท) และ สำหรับเด็กราคา 200,000 ดอง (ประมาณ 250 บาท) 
 
 
 
 
เขาฮัมรอง (Hamrong Mountain)
เขาฮัมรอง (Hamrong Mountain) เป็นยอดเขากลงเมืองซาปา ทางขึ้นอยู่ด้านหลังโบสต์ มีค่าเข้าชม 70,000 ดอง (ประมาณ 100 บาท) เราต้องเดินขึ้นบันไดไปเพื่อชมอุทยานสวนดอกไม้ต่างๆ และ มีการแสดงระบำด้านบน มีจุดชมวิวมากมาย ยอดเขาสามารถเห็นเมืองซาปาได้รอบเมือง แนะนำให้ไปช่วงสายๆ จะเห็นวิวเมืองชัดเจน เพราะหมอกจะเยอะช่วงเช้า
 
 
 
 
 
ตลาดเมืองซาปา (Sapa Night Market)
ตลาดเมืองซาปา (Sapa Night Market) เมืองซาปามีชื่อเสียงในด้านตลาดโต้รุ่งซึ่งให้บริการอาหารที่อร่อยและหลากหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทปิ้งย่างต่างๆ ถ้าไปซาปาแล้วไม่่ลองลิ้มรสอาหารประเภทเนื้อย่างหรือปลาย่างและผัก ถือเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก อาหารเหล่านี้สามารถทานคู่กับซอสพริกหรือเกลือมะนาว และยังมีอาหารอร่อยอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้สำรวจเพลิดเพลินกับช่วงเวลากลางคืนด้วยบรรยกาศที่หนาวเย็นของซาปา 

Powered by MakeWebEasy.com