#เที่ยวอียิปต์ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

228 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

#เที่ยวอียิปต์ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

ในตอนที่โรคระบาดขนาดนี้ เราก็อยากไปเที่ยวกันแล้วใช่มั้ย
ตอนนี้หลายๆคนคงเก็บกด เครียดจากงาน เครียดจากสภาวะรอบๆตัว
คงอยากไปเที่ยวกันตัวสั่นแล้ว มองภาพนู้นภาพนี้หาเป็น ref ไปก่อน
ไม่เป็นไรนะ รอทุกๆอย่างมันดีขึ้น แล้วเราค่อยไปเที่ยวกัน

รีวิวนี้เราจะพาเพื่อนๆมา 'รู้จักกับประเทศอียิปต์ (Egypt) ดินแดนแห่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก' ดินแดนแห่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง "มหาพีระมิดแห่งเมืองกีซา" หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ กับ "สุสานของฟาโรห์" (ใช้เรียกพระมหากษัตริย์อียิปต์โบราณ) ก่อนเดินทางทุกครั้ง เราต้องเตรียมตัวไปให้พร้อม บอกเลยว่าถ้าอ่านจนจบ เพื่อนๆสามารถเดินทางได้อย่างปังรัวๆแน่นอน

----------------------------------------------

สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt) ) หรือที่เรารู้จักกันอย่าง "อียิปต์ (Egypt)" เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรมากที่สุด ประเทศนี้มีพื้นที่ถึง 1,020,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ตอนบนสุดทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย ด้านใต้ติดกับประเทศซูดาน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล ชายฝั่งทางเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทางตะวันออกติดกับทะเลแดง และนอกจากนี้อียิปต์ยังเป็นประเทศที่มีแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างทวีปแอฟริกากับเอเชียผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ หลังจากได้มีการขุดและเปิดใช้คลองสุเอซ เมื่อปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) เส้นทางผ่านคลองสุเอซของอียิปต์ได้กลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

วีซ่าอียิปต์ทำยังไง ?

ทำวีซ่าอียิปต์บอกเลยว่าอืดอาดยืดยาดมากกกก คือต้องไปทั้งหมด 3 ไม่รับส่งทางไปรษณีย์ ไม่มีการใช้เทคโนโลยีหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
* ครั้งแรกไปยื่นเอกสาร
* ครั้งที่ 2 ไปยื่นพาสปอร์ต
* ครั้งที่ 3 ไปรับเล่ม

เอกสารที่ต้องเตรียมก็จะมี
1. ใบคำร้องขอรับการตรวจลงตรา
2. หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน
3. สำเนาหนังสือเดินทาง
4. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ หรือหลักฐานยืนยันการจองการ เดินทาง
5. หนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากธนาคาร
6. หนังสือรับรองการทำงาน (ในกรณีที่ทำงาน)
7. หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนไ ข้เหลือง (ในกรณีที่เดินทางจากพื้นที่ไข้เหลือง)
8. รูปถ่ายสี 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 

ใช้เวลาทำการ 14 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 300 ปอนด์ค่ะ

การแลกเงิน  

เราแนะนำให้แลกเงินดอลลาร์จากไทยไปก่อน พอถึงสนามบินโคโร่ให้ตรงดิ่ง ไปที่ร้านแลกเงินเลย 1 USD ก็จะได้ประมาณ 15.75 ปอนด์เลยทีเดียวส่วนขากลับก็ต้องแลกเงินกลับเป็นเงินดอลลาร์ให้หมดเช่นเดียวกัน พอถึงไทยค่อยมาแลกกลับมาเป็ นเงินบาทค่ะ ส่วนบัตรเครดิตตามโรงแรมใหญ่ๆระดับ 4-5 ดาว หรือร้านอาหารดังๆก็จะมีให้ใช้บัตรได้ แต่เราแนะนำให้พกเงินสดจะดีที่สุด

การเดินทาง  

การเดินทางจากไทยไปโคโรใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สายการบินที่บินตรงจะมีสายการบิน Egypt Air, Thais Airway, และ Singapore Airlane ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินถ้าโชคดีได้ตั๋วราคาโปรก็อยู่ประมาณ 16,000 บาท ไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นมีนาคมเป็นช่วงปลายหนาวพอดี อากาศกำลังดีเลยช่วงนี้ แต่ถ้าเกิดซื้อราคาปกติราคาก็จะพุ่งไปที่เกือบสามหมื่นเลยทีเดียว

ส่วนการเดินทางในประเทศ เพื่อนๆสามารถเลือกเที่ยวแบบนั่งรถแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัวหรือรถไฟก็ได้ ถ้าเป็นรถส่วนตัวค่าเช่าขั้นต่ำต่อวัน วันละ 23 $ ถ้าใครขับรถไม่แข็งมาก เราไม่แนะนำให้ขับเที่ยงเอง เพราะคนอียิปต์ค่อนข้างไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่

แต่สำหรับใครอยากเซฟ Budget สามารถนั่งรถไฟได้ จะมีตั้งแต่รถไฟแบบ First Class และ Second Class ทั้งขบวนจะติดแอร์ทั้งหมด ส่วนถ้าใครได้รถไฟนอนก็มี ตู้นอนนอนได้ห้องละ 2 คน มีแบบตู้นอนคนเดียวด้วย และแบบเป็นคู่ แต่นอนแบบเป็นคู่จะดีกว่านะ ทั้งโบกี้จะมีแต่ต่างชาติ เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนอนใกล้ห้องน้ำ เพราะเราจะเจอกลิ่นบุหรี่เข้ามาในห้องนอนแรงหน่อยมาก ปวดหัวไปข้างเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีรถไฟใต้ดิน ที่มีถึง 3 สายมากกว่า 92 สถานีทั่วเมืองไคโร่ค่า เรียกได้ว่าการเดินทางค่อนข้างสะดวกมาก ถ้าอยากเดินทางแบบไหนก็เลือกตามสไตล์เราได้เลยนะ

อียิปต์อากาศเป็นยังไง?

  Spring ช่วงนี้อากาศค่อนข้างอุ่นกำลังดีและลมค่อนข้างแรงจะอยู่ในช่วงเดือนมีนา - เมษา อากาศจะไม่แน่นอนบางทีก็อุ่นๆ แต่บางครั้งก็ลมค่อนข้างแรง คนอียิปต์จะรู้กันดีว่าเป็น “พายุทะเลทราย” และจะเรียกลมนั่นว่า “Khamsin” อุณหภูมิจะสูงสุดถึง 40 องศา ร้อนพอๆกับบ้านเราเลย

  ช่วงซัมเมอร์ ร้อนแบบไม่หยุดไม่ย่อย อากาศจะพุงไปถึง 40 - 50 องศา OMG!!
ร้อนเกินเบอร์มาก ถ้ามาเดือนนี้พกครีมกันแดดไปเยอะๆนะไม่งั้นตัวไหม้แน่นอน อย่าหาว่าไม่เตือน ซัมเมอร์จะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน - สิงหาคม ช่วงเดือนมิถุนาว่าร้อนมากแล้ว เดือนกรกฏาคมยังร้อนได้อีก ต้องยอมอียิปต์เค้าเรื่องความฮอต (ฮอตที่แปลว่าร้อนนะ5555555 )

  ช่วง Autumn เรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เฟอร์เฟคที่สุดในอียิปต์เลยก็ว่าได้ ทุกๆอย่างดูลงตัวไปหมด ช่วงนี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยา - พฤศจิกายน อุณภูมิจะสูงสุดประมาณ 30 องศา

  ช่วงวินเทอร์ เป็นช่วงที่ลมแรงที่สุดและยังเป็นช่วง Low season ดังนั้นพวกโรงแรม ร้านอาหารราคาจะถูกกว่าฤดูอื่นๆ ช่วงนี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวา - กุมภาค่ะ

ไปอียิปต์ต้องแต่งตัวยังไงดี? 

ต้องเกริ่นก่อนเลยว่าอียิปต์เป็นประเทศที่อุณภูมิเหวี่ยงสุด กลางคืนอากาศเย็นสบายจนเกือบๆไปถึงหนาวได้เลย แต่กลางวันอากาศยังพอเย็นสบาย แต่ถ้าออกไปอยู่กลางแดดผิวคาดว่าผิวน่าจะไหม้ ดังนั้นต้องห้ามลืมครีมกันแดดเด็ดขาด ยิ่งมี SPF มากเท่าไหร่ยิ่งดี และเนื่องด้วยอียิปต์เป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นเราต้องแต่งตัวให้รัดกุม (ผู้หญิง ควรสวมกางเกงหรือกระโปรงขายาว,เสื้อแขนยาวและผ้าโพกผม) โดยเฉพาะเวลาไปมัสยิด ตลาด (Souq) และพื้นที่ชนบท

กลางวัน เราแนะนำให้หยิบแว่นกันแดดเก๋ๆสักอัน เพราะบอกเลยว่ากลางวันแดดเปรี้ยงมาก ถ้าใครกลัวดำ อย่าลืมครีมกันแดดเด็ดขาด ถ้าให้ดีมีผ้าปิดปากด้วยยิ่งดี หรือสามารถไปหาซื้อที่อียิปต์ได้มีลายเก๋ๆให้เลือกเยอะไปอี๊ก ส่วนเสื้อผ้าต้องเสื้อแขนยาวขายาวสีจี๊ดๆ เตรียมพร้อมจิกกล้องแตกได้เลย

กลางคืน : อากาศเย็นลงฉับพลัน ลมแรงและหนาว เปลี่ยนเป็นเสื้อกันหนาวตัวที่กันลมได้ กางเกงขายาวธรรมดาทนได้ แต่ถ้าคิดจะไปนอนทะเลทราย แนะนำให้ขน heattech ไปด้วย เพราะที่นั่นหนาวและลมแรงมากกกกกก

อากาศที่อียิปต์คล้ายกับบ้านเราตรงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างแรงเพราะงั้นพกผ้าปิดจมูดไปด้วยก็ดี

ไปอียิปต์กินอะไรดี?

เราแนะนำให้เน้นเมนูไก่ย่าง และเนื้อย่าง กินกับข้าว ส่วนพวกอาหารท้องถิ่น รสชาติจะค่อนข้างฉุนจากเครื่องเทศมากๆ อาหารที่เจอทุกมื้อ คือ ขนมปังแผ่ (ปิตา) กับเครื่องเคียง (เมซเซ) และผัดมะกะโรนี หากเมืองใกล้ทะเล เราจะได้กินปลาย่างด้วย หรือถ้าอยากกิน KFC ก็มีให้เลือกกินค่ะ เมนูก็เหมือนๆกันหมดเลย มีชื่อเมนูเป็นภาษาอังกฤษกับราคาบอกพร้อม แต่ถ้าใครไปเที่ยวแล้วคิดถึงอาหารไทยขึ้นมา ที่อียิปต์ก็มีให้เช่นเดียวกัน อย่างร้าน บัวขาว (Bua Khao) ร้านที่สร้างจากครอบครัวชาวไทยที่เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีตั้งอยู่ที่เมือง Maadi และถ้าใครเกิด want อยากกินแฮลกอฮอล์มากๆ ที่อียิปต์ต้องกินได้ที่บาร์เท่านั้น ถ้าออกมากินข้างนอกระวังโดนจับเด้อ

คนอียิปต์ใช้ภาษาอะไร?

ชาวอียิปต์เค้าจะพูดภาษาอารบิกกัน แต่ถ้าคนที่ทำงานเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวก็จะพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง อย่างไกด์และพวกพ่อค้าแม่ค้างี้ 

Internet Sim Card 

ไหนใครเสพติดโซเชียลยกมือขึ้น ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศแล้วไม่มีอินเทอร์เน็ตต้องหงอยมากแน่ๆ ในอียิปต์มีให้เลือกซิมได้ถึง 4 เครือข่ายคือ Vodafone, Orange, Etisalat, WE มีขายที่สนามบินไคโร่สามารถซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย ราคาก็ไม่แพงมากประมาณ 300 บาทไทยเอง ใช้ได้เหลือเฟือเลยค่ะ อัพสตอรี่ได้รัวๆแบบไม่มีกระตุก แต่ถ้าจะซื้อจากไทยก็สามารถใช้ 'Sim2fly' ก็ได้นะ เอาที่สะดวกเลยจ่ะแม่!!

ไปอียิปต์เที่ยวที่ไหนดี?

อียิปต์เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายหลายมาก มีทั้งทะเลทราย สถาปัตยกรรมโบราณ เศษซากปรักหักพัง หรือแม้แต่ทะเลที่บอกเลยว่าฟินมากกกกก แต่ละที่เราแนะนำให้เลี่ยงหน้าร้อนเพราะอากาศร้อนมากจริงๆ

มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) เป็นที่เก็บหลุมศพของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์, คีเฟรนและไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุด และยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยใช้เวลาสร้างมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งสามแห่ง คือพีระมิดของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์ เรียกได้ว่าเป็นมหาปิรามิด ต่อมาคือพีระมิดคีเฟรน จะเล็กกว่ามหาพีระมิดนิดหน่อย จุดเด่นคือพีระมินแห่งนี้เป็นหินปูน และพีระมิดไมซีรีนัส มีขนาดเล็กที่สุด นอกจากที่นี่จะมีพีระมิดสุดแสนอัศจรรย์แล้ว ยังมีสฟิงซ์ที่โด่งดังถูกแกะสลักจากหินอ่อนขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า โดยมีลำตัวเป็นสิงโตแต่ใบหน้าเป็นมนุษย์เป็นใบหน้าของพระเจ้าคีเฟรน หรือเรียกอีกชื่อว่า พระเจ้าแห่งพระอาทิตย์ นั่นเองค่ะ

   มหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel Temples) วิหารสุดยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงก้องโลก เป็นวิหารที่สวยงามแห่งหนึ่งในอียิปต์ ถูกสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของอียิปต์ที่ชนะนิวเบีย ในสมรภูมิแห่งคาเดส ประกอบไปด้วยวิหารของฟาโรห์รามเซลที่ 2 และวิหารของพระนางเนเฟอร์ดารี ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระองค์ เพื่อนๆจะได้สัมผัสกับความงดงามและวัฒนธรรมของชาวอียิปต์

   หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) เป็นหุบเขาใหญ่ใกล้ๆในเมืองลักซอร์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ที่นี่โด่งดังมากจากการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พูดถึงกันในเรื่องของคำสาปฟาโรห์ ทำให้หุบเขากษัตริย์ถือเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดในโลกอีกแห่ง และถูกยกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 อีกด้วย นอกจากนี้หุบเขาแห่งนี้ยังเป็น หุบเขาแห่งสุสาน ที่ฝังหลุมศพของฟาโรห์ และราชวงศ์ในราชอาณาจักรใหม่ (ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18-20 ของอียิปต์โบราณ) มีการขุดค้นพบหีบพระศพจำนวนถึง 63 ใบ และห้องซับซ้อนขนาดต่างๆ ภายในถึง 120 ห้อง โดยแต่ละห้องมีการตกแต่งด้วยภาพเขียนฝาผนังสวยงาม ปัจจุบันนี้สุสานมีอายุมากกว่า 3000 ปี ถือว่ายังคงสภาพดีอยู่มาก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้อย่างมากมาย

   วิหารคาร์นัค (Karnak Temple Complex) มหาวิหารที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในอียิปต์ เป็นมหาวิหารพันปีที่ตั้งอยู่ที่เมืองลักลักซอร์ ภาคกลางของอียิปต์ วิหารคาร์นัคสร้างโดยฟาโรห์เซซอสตริสที่1 (Sesostris I) และอีกหลายพระองค์ต่อมา สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้วเพื่อเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของอียิปต์โบราณซึ่งเป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารของเทพอะมอนรา คือห้องบูชาเทพอะมอนรา และห้องแท่นบูชาเรือศักดิ์สิทธิ์ของเทพอะมอน ( Sacred Barque Sancutary และ Central Court of Amon )

ภายในนั้นมีห้องโถงขนาดใหญ่เรียกว่า The great Hypostyle มีพื้นที่ถึง 6,000ตารางเมตร ภายในห้องมีเสาหินขนาดใหญ่ 12 คนโอบสูงถึง 21 เมตร เสามีจำนวน 134 ต้น หัวเสาทำเป็นรูปดอกบัวมองดูแล้วจะคล้ายป่าเสาหินที่ลึกลับ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นฉากภาพยนตร์หลายเรื่อง นอกจากนี้แล้วยังมีภาพจำหลักการอัญเชิญเรือสุริยเทพ ชมเสาโอเบลิสค์ของพระนางฮัตเซบสุตที่แกะสลักลวดลายอย่างสวยงามเพื่อบูชาสุริยเทพ บริเวณด้านหลังของมหาวิหารยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งใช้สำหรับขออธิษฐานอีกด้วย

   Cairo Citadel ป้อมปราการโบราณที่บอกเลยว่าต้องมา!


ป้อมแห่งกรุงไคโรถูกสร้างตั้งแต่ปี 1176 โดยกษัตริย์ซาลาดิน โดยใช้หินจากปิรามิดแห่งกีเซมาสร้างกำแพงเพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันประเทศจากสงครามครูเสด Citadel จะคล้ายกับมัสยิด Hagia Sofia ที่ตุรกี เพราะที่นี่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีกในแบบออตโตมัน นอกจากอาคารจะสวยมากแล้ว ยังตั้งอยู่บนภูเขาสูงสามารถมองเห็นวิวไคโรได้ทั้งเมืองเลย

   Bahariya Oasis ทะเลทราย White Desert เป็นทะเลทรายสีขาวนุ่ม โดยสีขาวของทรายเกิดจากหินปูนที่ถูกลมกัดกร่อนจนเหมือนโรยด้วยทรายสีขาว คือสวยแปลกตามาก และ White Desert แห่งนี้เป็นที่เดียวในโลกที่มีประติมากรรมหินธรรมชาติขนาดใหญ่โตตระการตา จุดเด่นจะเป็นหินปูนขนาดใหญ่สีขาวมีรูปร่างและขนาดที่ต่างกัน ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูปเพลินมาก แถมโลเคชั่นดีสุดๆ ที่นี่อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้ามาคนเดียวได้ยากมากๆ อย่างน้อยก็ต้องมีไกด์ท้องถิ่น บรรยากาศเหมือนอยู่นอกโลก อย่างกะอยู่บนดาวอังคารเลย ต้องมาให้ได้นะ><

ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งที่ ตลาดข่านแอลคาลิลี่ (KHAN EL KHALILI) ซึ่งที่นี่มีเป็นร้านค้าจำนวนมากจำหน่ายจิวเวลรี่,ของที่ระลึก,เครื่องเทศ,เสื้อผ้าเยอะแยะมากมาย รับรองเลยว่าเดินช็อปปิ้งกันสนุกมากที่นี่  แนะนำให้เลือกมาในวันสุดท้ายเพื่อนๆจะได้มีอิสระในการช้อปปิ้งอย่างเต็มที่ ซื้อของฝาก หรือจะหาร้านเก๋ๆนั่งทอดอารมณ์มองผู้คนก็แล้วแต่สะดวก

อียิปต์ปลอดภัยไหม?

ด้วยสถานการณ์เคยมีประท้วงและระเบิด ทางภาครัฐจึงเข้มงวดในเรื่องการตรวจอาวุธและบุคคลที่น่าสงสัย ดังนั้นในทริปนี้คำตอบคือเที่ยวอียิปต์ปลอดภัยมาก เพราะมีเจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นการเช็คเอกสารเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ การตรวจสแกนอาวุธทุกครั้ง การนำรถเข้าโรงแรมยังมีสุนัขตามดมกลิ่น ซึ่งอาจเสียเวลาเที่ยวไปบ้างแต่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

ข้อควรรู้
1. มาอียิปต์ต้องให้ทริป แต่ไม่ต้องให้มากมายก็ได้ เอาที่เราพอไหว
2. หลีกเลี่ยงการเที่ยวช่วงหน้าร้อนบอกเลยว่าร้อนมากเด้อ
3. เตรียมตัวสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างเช่นพวกค่าเข้าชม ค่าถ่ายรูปงี้
4. ห้ามกินน้ำประปาเด็ดขาด
5. หากต้องการ Local Tour เราแนะนำให้เทียบหลายๆร้านก่อนเพื่อป้องกันการกดราคา
6. หลีกเลี่ยงการเช่ารถขับเอง เพราะคนอียิปต์ส่วนใหญ่ขับรถไม่ค่อยดีนัก ถ้าขับรถไม่แข็ง แนะนำให้คนขับท่องถิ่นขับให้ดีกว่า
7. ไปอียิปต์มักจะเห็นทหารอยู่ทุกๆที่ เพราะงั้นไม่ต้องตกใจที่เค้าจะพกอาวุธเดินไปเดินมมาเพราะเป็นเรื่องปกติของที่นั่น ส่วนพวกสถานที่สำคัญต้องตรวจกระเป๋าด้วย
8. ระวังพ่อค้าบางคนค่อนข้างขี้โกงมาก ดังนั้นเราต้องทันเล่ห์เหลี่ยม อย่าให้โดนหลอกง่ายๆ

เป็นยังไงบ้างเพื่อนๆ อ่านจนจบถึงตรงนี้แล้ว เราหวังว่าข้อมูลที่เราให้ไปจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย หวังว่าเพื่อนๆจะไปเที่ยวกันอย่างสนุกๆ ปลอดภัยกันนะคะ รักๆ :)

Powered by MakeWebEasy.com