แพลนเที่ยวเส้นทางโรแมนติก 3 แคว้นดัง บาวาเรีย(เยอรมนี) ทิโรล(ออสเตรีย) อัสซาส(ฝรั่งเศส)

24 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

แพลนเที่ยวเส้นทางโรแมนติก 3 แคว้นดัง บาวาเรีย(เยอรมนี) ทิโรล(ออสเตรีย) อัสซาส(ฝรั่งเศส)

  วันที่หนึ่ง สนามบินมิวนิค (ประเทศเยอรมัน) - เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) - St. Wolfgang im Salzkammergut

จากท่าอากาศยานมิวนิค ประเทศเยอรมนี เดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ประเทศออสเตรีย 

เที่ยวชมเมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เมืองมรดกโลกริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวเมืองฮัลล์สตัทท์ ณ Welterbeblick World Heritage View เป็นจุดชมวิวเมืองที่จะสามารถเห็นความสวยงามของทะเลาสาบได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากต้องการไปเที่ยวชม จะต้องนั่งรถรางขึ้นไปเท่านั้นนะคะ แถมจุดชมวิวนี้ยังอยู่ใกล้ๆกับเหมืองเกลือ(Salt Mines) ของเมืองฮัลล์สตัทท์ด้วย

      

                                        Photo by : Joss Woodhead                                                             Photo by : Sydney Russakov

    

                                                                                           Photo by : FB. SALZWELTEN

อิสระช้อปปิ้ง “ถนนซี สตราซ” (See Strasse) ถนนช้อปปิ้งเก่าแก่ของเมือง ภายในมีร้านขายของที่ระลึกให้ได้เลือกซื้อเลือกชมมากมาย

หากเวลาเอื้อำนวย สามารถเดินทางไปเที่ยชม เมือง St. Wolfgang Im Salzkammergut เมืองตากอากาศ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของโลกได้ด้วยนะคะ

ที่พัก เมืองเมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หรือ เมืองเซนต์วูฟกัง (St. Wolfgang Im Salzkammergut) 

  วันที่สอง หมู่บ้านรามเซา (Ramsau Bei Berchtesgaden) – เมืองอินน์สบรูค – หลังคาทองคํา 

เที่ยวชมหมู่บ้าน รามเซา (Ramsau Bei Berchtesgaden) หมู่บ้านเล็กๆ Unseen ของเยอรมนี มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่มีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลังให้กับโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน (St. Sebatian)

            

                                                                                            Photo by : Daniel Seßler                                             

เดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอินน์ (Inn River) และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาแอลป์ 

ระหว่างทาง สามารถแวะช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์สวารอฟสกี วัตเตนส์ (Swarovski Crystal World) แหล่งผลิตคริสตรัลเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

แวะถ่ายภาพกับ หลังคาทองคํา (Goldenness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอินน์สบรูค นอกจากนี้ริมฝั่งแม่น้ำอินน์ ยังมีจุดถ่ายรูปที่สวยงามด้วย

         

                                 Photo by : Lukas Oldelehr                                                                         Photo by : Panusm Bank

ที่พัก เมืองอินน์สบรูค

  วันที่สาม อินน์สบรูค – มิดเท็นวาลด์ (Unseen) – ตามรอยละครดัง “ลิขิตรัก The crown princess” ณ ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ และอาราม Ettal – การ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น – เมืองลินเดา 

เที่ยวชมเมืองมิดเท็นวาลด์ (Mittenwald) เมืองติดพรมแดนระหว่างเยอรมนีกับออสเตรีย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ติดอันดับต้นๆในเรื่องของความสวยงามของเยอรมนี

เที่ยวชมเมืองการ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น (Garmisch-Partenkirchen) เมืองนี้มีภาพเขียนสีตกแต่งตามบ้านเรือน และถือเป็นเมืองหน้าด่านขึ้นสู่ยอดเขา Zugspitze ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี

แวะเที่ยวชมเมืองเอ็ททาล (Ettal)  ชมอาราม Ettal ตามรอยละครดัง “ลิขิตรัก The crown princess” จากนั้นเดินทางสู่ชมปราสาท ลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Castle) เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุควิคที่ 2 จุดประสงค์เพื่อใช้ล่าสัตว์และถือว่าเป็นปราสาทที่เล็กที่สุดใน 3 ปราสาทที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น

     

                                                                                         Photo by : Newgenstravel

จากนั้นเดินสู่ เมืองลินเดา (Lindau) เมืองตากอากาศแสนสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรืออีกชื่อคือทะเลสาบโบเดน  เซ (Bodensee) 

ที่พัก เมืองลินเดา

  วันที่สี่ ลินเดา – เมืองเบรเกนซ์ – ทิทิเซ่ – ทะเลสาบทิทิเซ่ – เมืองสตราสบูร์ก  

เที่ยวชมเมืองลินเดา เมืองเล็กที่มีชื่อเสียงเป็นเมืองเล็กๆอยู่ระหว่างสามประเทศ คือเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบโดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์จนได้รับฉายาว่า "แชงกรีลา แห่งเยอรมัน"

 

                                                                                      Photo by : Newgenstravel

แวะเที่ยวชมเมืองเบรเกนซ์ (Bregenz) ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของประเทศเยอรมนี และประเทศออสเตรีย เมืองนี้มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และสวยงามมาตั้งแต่ยุคกลาง ถือเป็นเมืองน่าเที่ยวริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance)

      

                                                                                         Photo by : Newgenstravel

หากเวลาเอื้ออำนวย สามารถผ่านชมเมืองทิทิเซ่(Titisee) เมืองในเขตป่าดำทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี และยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของเค้กแบล็คฟอเรส(Black Forest Cake) อีกด้วย

จากนั้นเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก(Strasbourg) เป็นเมืองในแคว้นอาลซัส(Alsace) ประเทศฝรั่งเศส และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอีกด้วย เมืองนี้จะเดินเล่นชมเมืองเก่าตรงเขต  la Petite France หรือจะล่องเรือชมเมืองแบบเก๋ๆ ก็ทำได้นะคะ

  

                                   Photo by : Sebastiano Piazzi                                                            Photo by : Hugues de BUYER-MIMEURE

ที่พัก เมืองสตราสบูร์ก 

  วันที่ห้า เมือง Eguisheim – ชมความสวยงามของเมือง Colmar – เมืองริคเวีย (Riquewihr) –เมืองไฮเดลเบิร์ก

เที่ยวชมเมือง Eguisheim เป็นหมู่บ้านในนิทาน ที่ได้รับเลือกเป็นหมู่บ้านที่เป็นที่โปรดปรานชื่นชอบที่สุดของฝรั่งเศส (Village préféré des Français) ประจำปีค.ศ. 2013 และยังเป็นสมาชิกในกลุ่ม Les Plus Beaux Villages de France ซึ่งแปลว่า “หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส"

     

                                           Photo by : Iga Palacz                                                                       Photo by : Newgenstravel

เที่ยวชมเมืองกอลมาร์(Colmar) เมืองในแคว้นอาลซัส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในเมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10 เมืองโรแมนติคที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่า “เวนิสน้อย(La Petite Venise)” 

    

                                Photo by : Aswathy N                                                                            Photo by : Sascha Sturm

เที่ยวชมเมืองริคเวีย(Riquewihr) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

    

                      Photo by : Pays de Ribeauvillé et Riquewihr                                                            Photo by : Dirk Scheuble

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เมืองเก่าแก่อายุนับพันปีของเยอรมนี

ที่พัก ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก

  วันที่หก ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – ชมถังเก็บไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก – เมืองแฟรงค์เฟิร์ต – จัตุรัสรอเมอร์ – อิสระช้อปปิ้งถนน Zeil

ชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก(Heidelberg Castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเขาแบร์กบาห์น ปราสาทแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนาน ถึง 400 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมที่เห็นจึงมีหลากหลายตามยุค ปราสาทนี้เคยถูกเผาทำลายถึง 2 ครั้งในสงครามกับฝรั่งเศส จึงเหลือตาซากปรักหักพัง แต่ทั้้งนี้ทั้งนั้นก็ยังได้การยอมรับว่านี้คือซากปรักหักพังของปราสามที่สวยงามที่สุดในโลกจากจุดชมวิวบนตัวปราสาท นอกจากนี้ภายในยังมีถังเก็บไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจุดชมวิวเมืองที่สวยงามอีกด้วย

           

                                          Photo by : Brina Blum                                                                      Photo by : Steven He

เดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต(Frankfurt) เมืองธุรกิจการค้าที่สำคัญของเยอรมัน ชมจัตุรัสรอเมอร์ (Romerberg) เป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ใกล้กันมีศาลาว่าการเมืองที่มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 

              

                                                                                       Photo by : FB. visitfrankfurt

อิสระช้อปปิ้งจุใจย่าน ถนน ZEIL เป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่และคึกคักที่สุดของเมืองตั้งอยู่ริมถนน Zeil ซึ่งถือว่าเป็นถนนยาวที่สุดของประเทศ

ที่พัก เมืองแฟรงค์เฟิร์ต

สนใจเดินทางโดยรถตู้ พร้อมคนขับรถคนไทย 

 02-061-0101

 086-341-0083, 086-341-0082

 Line : newgenstravel

Powered by MakeWebEasy.com